ใบไม้แดง ความสวยของสีสันของธรรมชาติ…!!!

ใบไม้แดง พูดถึงสารทฤดู หรือฤดูใบไม้ร่วง ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก ในการชมใบไม้แดง (koyo) ด้วยความสวยของสีสันของธรรมชาติ บวกกับความคลาสสิคของสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นแล้วพูดเลยว่าปังมากๆ พึ่งได้มีโอกาสไปชมใบไม้แดงที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จึงเลือกที่จะไปเก็บภาพแห่งสีสันของธรรมชาติที่สุดพิเศษนี้ที่ภูมิภาคสวยๆเป็นหลัก แม้ว่าจะเป็นภูมิภาคที่มาทุกครั้งในการมาเที่ยวญี่ปุ่นก็ตาม แต่สำหรับฤดูกาลแห่งใบไม้แดงนี้มันเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ แต่เพื่อไม่ให้การเดินทางมันซ้ำการมาเที่ยวครั้งก่อนๆ

การจองตั๋วเครื่องบินต้องล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงใบไม้แดงสวยของญี่ปุ่นนั้น เครื่องบินและที่พักจะเต็มเร็วมากๆ จึงต้องจองกันเนิ่นๆ สำหรับคนที่วางแผนเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้แดงแบบกำหนดวันเวลาเอาไว้แล้ว ลองเทียบดูได้เลยว่าช่วงที่คุณจะมาเที่ยวนั้น มีที่ไหนใบไม้แดงกำลังสวยพีคบ้าง

ช่วงปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคมนั้น อากาศเมืองเหนือของญี่ปุ่นเริ่มหนาวแล้ว ใบไม้แดงในบริเวณนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนสี ใครที่กะจะมาชมใบไม้แดงช่วงนี้แนะนำให้เลือกเมืองเหนือหรือไม่ก็เมืองที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา เช่น Niseko จังหวัด Hokkaido และ Hachimantai จังหวัด Iwate เป็นต้น

วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 7 สถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการชมใบไม้แดง ของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่นกัน ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย

1.Niseko จังหวัด Hokkaido

Niseko จัดว่าเป็นจุดหมายยอดฮิตในการไปชมใบไม้แดงใน Hokkaido เลยทีเดียว เพราะว่าทิวทัศน์ที่มีทั้งภูเขา ทะเลสาป คอร์สปีนเขา และกิจกรรมมมากมายอย่างการเล่นกอล์ฟหรือเรือแคนู นอกจากนี้เบียร์ท้องถิ่นก็ยังอร่อยมากๆ

  1. Hachimantai จังหวัด Iwate

จุดที่แนะนำเลยก็คือปลายทางของคอร์สปีนภูเขา Jukai ที่มองลงมาเห็นวิวทะเลสาปสีฟ้าสดที่ล้อมรอบไปด้วยใบไม้แดงเหลืองสลับสีกันไปมา สวยงามมหัศจรรย์

3.ภูเขา Nasu-dake จังหวัด Tochigi / Fukushima

วิวใบไม้สลับสี แดง-เหลือง และแซมเขียวบางจุดแบบพาโนรามาจากบนภูเขา Nasu-dake นั้นเป็นวิวงดงามที่ไม่อยากให้พลาดเลยอีกวิวหนึ่งของฤดูใบไม้แดง คอร์สในการปีนเขาคอร์สนี้ก็ไม่ยากและไม่ได้ใช้เวลามาก ทางที่สั้นที่สุดใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเท่านั้น แถมยังไม่ออนเซ็น Nasu-Yumoto อยู่ปากทางลงไว้ช่วยคลายความเหนื่อยล้า

4.อุทยานแห่งชาติทะเลสาป Onuma จังหวัด Hokkaido

วิวภูเขา Komagadake ที่มีทะเลสาป Onuma เป็นระยะหน้านั้นงดงามเกินบรรยายจริงๆ เราสามารถเดินชมใบไม้แดงวิวสวยๆ และเพลิดเพลินกับอากาศเย็นๆ ของฤดูใบไม้แดงรอบๆ ทะเลสาปได้ เป็นการชาร์จพลังบวกเพิ่มแรงให้กลับไปทำงานต่อ

5.ภูเขา Zao-san จังหวัด Yamagata / Miyagi

แค่ขับรถไปตามทางด่วนสาย Zao ก็จะได้เพลิดเพลินกับใบไม้แดงสดสลับสีอ่อนแก่เรียงรายตามทางสวยงาม หรือจะขึ้น cable car ขึ้นไปชมวิวจากบนยอดเขา Zao ก็ได้วิวที่งดงามแบบพาโนรามาเลยทีเดียว

6.ภูเขา Yatsugatake จังหวัด Nagano / Yamanashi

ภูเขานี้มีสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นป่าเขาและเต็มไปด้วยหิน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นป่าหนาทึบและทะเลสาป มีออนเซ็นและรีสอร์ทอยู่ล้อมรอบมากมายที่สามารถเพลิดเพลินกับความงามของภูเขาได้ตลอดปี ไม่เพียงแต่ฤดูใบไม้แดงเท่านั้น

7.วิวภูเขา Fuji จากบนทางด่วนสาย Subaru จังหวัด Shizuoka / Yamanashi

ทางด่วนสายนี้เป็นเส้นที่เชื่อมทะเลสาป Kawaguchi-ko กับตีนเขาของภูเขาไฟ Fuji เป็นเส้นที่ขับทะลุป่าที่สามารถมองเห็นทะเลสาปทั้งห้าอยู่เบื้องล่าง และเห็น Japan Alps อยู่ไกลๆ เป็นวิวระหว่างทางที่ไม่ควรพลาดชมใบไม้แดง

ลักษณะของที่พักญี่ปุ่น

โรงแรมที่พักญี่ปุ่นมีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดสำหรับเน้นเฉพาะการค้างคืน โรงแรมราคาปานกลางซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไปจนถึงที่พักญี่ปุ่นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความหรูหราซึ่งบางแห่งก็มีบ่อแช่น้ำแร่ในที่พักญี่ปุ่น สำหรับรูปแบบโดยทั่วไปของโรงแรมและที่พักญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

ที่พักญี่ปุ่นแบบโรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel)

โรงแรมแคปซูลเป็นโรงแรมที่ถือได้ว่ามีราคาถูกสุดในบรรดาที่พักญี่ปุ่น เพราะห้องพักมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กติดๆ กันเป็นแถว ขนาดของแต่ละห้องก็มีพื้นที่เพียงสำหรับที่นอน ความสูงของห้องพักโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1 เมตรจึงไม่สามารถยืนได้ เหมาะสำหรับการนอนค้างคืนเท่านั้น เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการหาที่นอนค้างคืนในราคาที่ประหยัด และคนที่ต้องการหาที่พักแบบฉุกเฉินในกรณีที่ไม่สามารถหาที่พักได้ เพราะโรงแรมส่วนใหญ่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงและไม่ต้องจองล่วงหน้าสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักของโรงแรมแคปซูลโดยปกติแล้วประกอบด้วยที่นอนสำหรับ 1 คน หมอน ผ้าห่ม โคมไฟ นาฬิกาปลุก ปลั๊กไฟ บางแห่งอาจมีโทรทัศน์ขนาดเล็กติดตั้งไว้ด้านในห้องด้วย สามารถนำสัมภาระขนาดใหญ่ไปเก็บในตู้ล็อคเกอร์ที่โรงแรมเตรียมไว้ให้ ซึ่งโดยมากจะอยู่ตรงบริเวณหน้าห้องพัก ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำนั้นก็เป็นแบบห้องน้ำรวม สำหรับของใช้ต่างๆ นั้นก็ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละโรงแรม อาจให้ฟรีหรือต้องเสียเงินเพิ่มเติมจากค่าที่พัก

¥ ราคาที่พักญี่ปุ่นแบบโรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel)

ราคาต่อคืนของโรงแรมแคปซูลตกประมาณ 3,000 – 5,000 เยน ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยมากตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ และมีการแยกเป็นโรงแรมแคปซูลสำหรับชายและหญิง ตอนที่ค้นหาโรงแรมจึงควรตรวจสอบข้อจำกัดให้ดี

ที่พักญี่ปุ่นแบบโฮสเทล (Hostel) และ เกสเฮาส์ (Guest House)

ที่พักญี่ปุ่นแบบโฮสเทลและเกสเฮาส์เป็นที่พักราคาประหยัดซึ่งพบได้ในย่านท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่น เป็นรูปแบบที่พักซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) หรือนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวที่ต้องการที่พักซึ่งมีความสะดวกสะบายแต่มีราคาประหยัดกว่าโรงแรมทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มเพื่อน เพราะสามารถนอนในห้องเดียวกันได้หลายคนห้องพักของโฮสเทลและเกสเฮาส์โดยทั่วไปนั้นมีให้เลือก 2 แบบ คือ “แบบห้องส่วนตัว (Private Room)” รองรับผู้เข้าพัก 1-2 คน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และ “แบบห้องพักรวม (Dormitory)”  ซึ่งมีเตียงนอนหลายเตียงอยู่ในห้องพักเดียวกันและอาจต้องแชร์ห้องพักร่วมกับผู้เข้าพักอื่นๆ ที่เราไม่รู้จัก ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำนั้นก็เป็นแบบใช้ร่วมกันทำให้ราคาห้องพักนั้นมีราคาไม่สูงมากโฮสเทลและเกสเฮาส์ในปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นที่พักที่มีการตกแต่งอย่างมีสไตล์ บรรยากาศดี มีห้องครัวส่วนกลางทำให้สามารถทำอาหารเองได้ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โทรทัศน์ ห้องนั่งเล่น ซึ่งมักจัดอยู่ในพื้นที่ส่วนรวม ทำให้สามารถมาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าพักจากชาติต่างๆ ได้

¥ ราคาที่พักแบบโฮสเทล (Hostel) และ เกสเฮาส์ (Guest House)

ราคาที่พักของโฮสเทลและเกสเฮาส์แบบห้องรวม เริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 เยนต่อคน ต่อคืน ส่วนห้องส่วนตัวเริ่มที่ประมาณ 5,000 เยนต่อคืน (นอนได้ 1-2 คน) โดยทั่วไปเกสเฮาส์จะต่างจากโฮสเทลตรงที่มีเจ้าของบ้านพักอยู่ด้วย ส่วนโฮสเทลจะเป็นแบบธุรกิจมากกว่า แต่ทั้งสองแบบนี้เป็นที่พักที่ไม่แยกเป็นสำหรับชายหรือหญิง แต่อาจมีการแยกสำหรับห้องพักแบบรวม ในตอนที่จองที่พักจึงควรตรวจสอบให้ดีเช่นกัน

 

ที่พักญี่ปุ่นแบบโรงแรมธุรกิจ (Business Hotel)

โรงแรมธุรกิจเป็นโรงแรมมาตรฐานระดับ 3 ดาว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในญี่ปุ่น ทำเลที่ตั้งของโรงแรมมักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟตามเมืองต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเดินทางสำหรับนักธุรกิจรวมถึงนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ภายในห้องพักยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและของใช้ต่างๆ เพียบพร้อม บางโรงแรมอาจมีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้ฟรี หรืออาจต้องเสียเงินเพิ่มห้องพักของโรงแรมธุรกิจนั้นมีขนาดไม่กว้างขวางนัก แต่ก็สามารถเข้าพักได้อย่างสบาย ภายในห้องพักมีโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องฟอกอากาศ กาต้มน้ำ รวมถึงห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำในตัว และอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำ เช่น สบู่ ยาสระผม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าขนหนู ตลอดจนเสื้อคลุมสำหรับใส่นอน เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบที่พักที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยว

¥ ราคาที่พักญี่ปุ่นแบบแบบโรงแรมธุรกิจ (Business Hotel)

ราคาห้องพักโรงแรมธุรกิจนั้นเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 เยนสำหรับห้องเดี่ยว (นอนได้ 1 คน) ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ตั้งและความหรูของโรงแรม บางที่อาจมีบริการออนเซ็นและสปาให้ฟรีสำหรับผู้เข้าพักอีกด้วย โดยมากแล้วโรงแรมธุรกิจนั้นมีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น เครือโรงแรมที่ราคาไม่แพงเป็นที่รู้จักดีก็มี Toyoko Inn, APA Hotels & Resorts, Super Hotel, Hotel Villa Fontaine, Hotel Mystays เป็นต้น

โรงแรมญี่ปุ่น ราคาถูกบริการประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

หลายคนในที่นี้คงเตรียมการไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกกันอยู่ใช่ไหมล่ะ โรงแรมญี่ปุ่น เร็วๆ นี้หน้าร้อนที่ญี่ปุ่นกำลังจะผ่านไป เชื่อว่าหลายคนคงกำลังเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม่เปลี่ยนสีอยู่ เป็นยังไงบ้าง เชื่อว่าหลายข้อนี่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ยังไงการหาข้อมูลเอาไปก่อนไปจะได้สบายไม่โป๊ะยังไงล่ะ ความครบครันอันเป็นเอกลักษณ์ของโตเกียว นอกจากนี้ยังแนะนำร้านสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านและสินค้าจากการ์ตูนอนิเมชันและคาแรคเตอร์ต่างๆ ที่มีสินค้าให้เลือกอย่างจุใจอีกด้วย ยังไงก็ขอให้เที่ยวให้สนุก มีเกล็ดอะไรก็อย่าลืมเอามาแชร์นะ ซึ่งก็อาจจะเป็นครั้งแรกของบางคน วันนี้เราจึงนำข้อมูลที่ควรรู้ และเป็นประโยชน์มานำเสนอให้ทราบกัน มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง โรงแรมญี่ปุ่น วันนี้เราจึงนำเอาข้อควรรู้ก่อนไปญี่ปุ่น มานำเสนอกัน รับรองว่าข้อมูลดีมีประโยชน์ เที่ยวสบายไม่โป๊ะแม้ไปเป็นครั้งแรก ละลานตาไปด้วยของอร่อยมากมายที่แค่เห็นก็รู้สึกอร่อยไปหมดทั้งคุกกี้ ช็อกโกแลต และขนมแบบฉบับญี่ปุ่นมากมาย นอกจากนี้ หากลองย่างเท้าเข้าไปยังร้านดังที่ผู้คนที่อาศัยในโตเกียวมักจะไปซื้อหาเป็นของขวัญของฝากในโอกาสพิเศษ ร้านอาหารหลายร้านของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่นั้นจะมีตู้คูปองที่มีหน้าตาคล้ายตู้กดอัตโนมัติ เป็นที่รู้กันดีว่าห้องน้ำในญี่ปุ่นมีส้วมที่ทันสมัย ทั้งระบบของการทำความร้อนให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และระบบทำความสะอาดอัตโนมัติทว่าเมื่อมองหาถังขยะที่จะทิ้งกระดาษชำระกลับไม่เห็น มีเพียงถังทิ้งผ้าอนามัย โรงแรมญี่ปุ่น นั่นเพราะที่ญี่ปุ่นเค้าให้ทิ้งกระดาษชำระลงโถส้วม และน้ำพุร้อนออนเซ็นที่โอเอะโดะออนเซ็นโมโนกาตาริในระหว่างเที่ยวชม หลังจากเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานก็ขอแนะนำให้ลองขึ้นเรือซุยโจบัสล่องเรือชมทัศนียภาพยามค่ำคืนของโอไดบะและโตเกียว

โรงแรมญี่ปุ่น ฉะนั้นเสร็จธุระก็ทิ้งลงโถแล้วกดได้เลย ต่างกันที่อาหารไม่ได้ออกมาหลังจากหยอดเหรียญหรือใส่ธนาบัตรลงไป หากแต่เป็นคูปองอาหารที่เราต้องยื่นให้ทางร้านเพื่อรออาหาร แต่หากเป็นส้วมแบบออริจินอลแล้วล่ะก็หลายคนคงติดนิสัยนั่งยองหันหน้าเข้าสู้ประตูเหมือนที่ไทย เมืองที่ผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมของโตเกียว พื้นที่บริเวณสวนสาธารณะอุเอะโนะ นอกจากสถานที่ทางวัฒนธรรมอย่างหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆอีก เช่น สวนสัตว์ ศาลเจ้าอุเอโนะโทโชงู รวมอยู่ด้วย อีกทั้งที่ตลาดที่แสนคึกคัก และย่านที่ยังคงมีร้านเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะอยู่มาก ทำให้สามารถสัมผัสกับบรรยากาศย่านดาวน์ทาวน์ของเมืองโตเกียว ได้เป็นอย่างดี ทว่าแท้จริงต้องหันไปในทางตรงกันข้าม โรงแรมญี่ปุ่น แต่ก็ต้องระวังตกเพราะส้วมค่อนข้างกว้าง หันให้ถูก และนั่งดีๆ หรือเมนูใดๆ ที่เราต้องการ ดังนั้นก่อนเข้าร้านอาหารสังเกตเรื่องระบบก่อนจะได้ไม่ไปสั่งก่อน ที่ญี่ปุ่นนั้นมีวัฒนธรรมการขึ้นบันไดเลื่อนที่ต้องมีการชิดด้านใดด้านหนึ่ง ส่วนมากเป็นการยืนชิดซ้ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่รีบร้อนให้เดินอีกฝั่ง อากาศร้อนๆ เมื่อซื้อเครื่องดื่มมาบางทีก็อยากกินกับน้ำแข็ง ริมอ่าวที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวที่มาแบบครอบครัวและคู่รัก ภายในบริเวณเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ปัญหานี้จะหมดไปเพราะที่ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นมีน้ำแข็งพร้อมแก้วจำหน่ายสะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรามากๆ แบบนี้ก็สดชื่นแล้ว ซึ่งวัฒนธรรมในเรื่องของการชิดนั้นทางโตเกียว แถบคันโต และอีกหลายที่จะเลือกยืนชิดฝั่งซ้าย ส่วนแถบคันไซนั้นยืนชิดขวา โรงแรมญี่ปุ่น ถังขยะที่ญี่ปุ่นนั้นโดยมากจะอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ สถานีรถไฟ ไม่ได้มีกระจายทั่วไปมากนัก ที่เรียงรายไปด้วยร้านดังอันเก่าแก่และแบรนด์จากทั้งในและนอกประเทศ เป็นย่านชอปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุดของโตเกียว เป็นแหล่งรวมทั้งเทรนด์ใหม่ล่าสุดและความดั้งเดิมเอาไว้ แวะชมแกลเลอรี่ไปพลางสนุกสนานกับการเดินเล่นในเมืองที่เรียกกันว่า กินบุระ ถนนคนเดินกินซ่า การแวะเยี่ยมเยือนร้านคาเฟ่สุดคลาสสิค หรือร้านอาหารสุดนิยมก็ขอแนะนำเช่นกัน และลองไปสถานที่ยอดนิยมแห่งใหม่

โรงแรมญี่ปุ่น เราจึงแก้ปัญหาได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานอาหารหรือขนมให้เสร็จที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารที่ญี่ปุ่น เราควรแจ้งกับพนักงาน และรอให้พนักงานไปนั่งที่โต๊ะก่อนเสมอ ไม่ควรเดินเข้าไปนั่งเองแม้จะมีที่ว่างอยู่แล้ว สาเหตุก็มีหลายข้อ คนญี่ปุ่นมีความซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก ดังนั้นคุณจะพบว่าเมื่อคุณลืมของวางทิ้งไว้ที่ใด้เมื่อกลับไปก็จะพบว่ามันอยู่ที่เดิม แน่นอนว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องกินซูชิและซาชิมิ ซึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นนั้นบอกเลยว่าราคาถูกมากของสดใหม่ทุกวัน แถมถ้าไปช่วงเย็นก็ได้ราคาลดไปอีก ตู้ขายของอัตโนมัตินั้นมีมากมายหลายหลาก ขายทั้ง น้ำ ไอศครีม ขนม และอีกมากมายซึ่งรวมถึงของที่ไม่น่ามีอย่าตู้ขายตาปั๊มหรือเครื่องราง เป็นต้น โรงแรมญี่ปุ่น ลองแวะไปซื้อมากินเป็นมื้อเย็นดูก่อนเข้าโรงแรมสิคะ แล้วจะค้นพบความสุข นอกจากนั้นร้านสะดวกซื้อเองก็เป็นแหล่งอาหารที่ดีมีเมนูอร่อยราคาถูกมากมาย นอกจากนี้ขนมอร่อยๆ ก็มีเยอะแยะ หรือหากไม่เจอมันก็มักจะไปอยู่ตามแผนกของหาย หรือป้อมตำรวจแถวนั้นนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามพยายามอย่าลืมของเลยนะ เพราะพนักงานอาจยังไม่ได้เช็ดโต๊ะให้สะอาด ยังไม่ได้จัดอุปกรณ์ เป็นต้น ประเทศญี่ปุ่นนั้นให้ความสำคัญกับการบริการที่ดีเลิศให้กับลูกค้า จึงไม่แปลกที่ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน หรือร้านอาหารและขนม ทานเสร็จก็ทิ้งที่นั่นเพราะยังไงตามวัฒนธรรมนั้นไม่ให้เดินไปรับประทานอาหารไปอยู่แล้ว โรงแรมญี่ปุ่น หรือไม่ก็เก็บขยะเอาไว้และทิ้งเมื่อเจอถังขยะ อย่าลืมแยกขยะก่อนทิ้งด้วย ไม่ว่าจะต่อคิว เข้าห้องน้ำ รอคิวร้านอาหาร รอรถประจำทาง ซื้อของตามร้านค้า หลายคนคงทราบแล้วว่าไม่ควรคุยโทรศัพท์บนรถไฟญี่ปุ่น นอกจากนี้ควร ปิดเสียงเสียงเตือนมือถือในขณะที่อยู่ในที่ชุมชน เพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น โรงแรมญี่ปุ่น ถ้าต้องการใช้ให้ใช้หูฟัง ทั้งผู้สูงอายุหรือเด็กก็ต้องรอคิว ก็ไม่มีการแซงหรือลัดคิวกัน เส้นสีบนพื้นบริเวณที่รอคิวรถไฟ เป็นการแบ่งแยกว่าเราจะขึ้นรถด่วน หรือรถธรรมดา ซึ่งหลายสายที่มีบริการทั้งสองแบบ ควรเช็คก่อนว่าสีไหนของรถแบบใดจะได้ไม่งง เพราะทุกคนถือว่าต้องให้คนมาถึงก่อนได้รับบริการก่อนตามลำดับ และการแซงคิวในญี่ปุ่นถือว่าทำผิดกฎหมายเลย การซื้อของตามร้านค้าในญี่ปุ่น จะต้องวางเงินลงในถาดที่ทางร้านเตรียมไว้ เราไม่จำเป็นที่ต้องรอก่อนถึงที่หมายบนรถบัส เมื่อกดกริ่งก็รอให้ถึงแล้วค่อยลง แม้ว่ารถแน่นคนที่ยังไม่ถึงที่หมายจะลงจากรถหลบให้คุณเอง เพื่อความสะดวกแก่พนักงานไม่ให้เงินลูกค้าปนกัน เมื่อพนักงานรับธนบัตรใบใหญ่มา โรงแรมญี่ปุ่น ก็จะพูดย้ำกับลูกค้าว่าได้รับมาเท่าไหร่ พร้อมกับถือโชว์ให้ดู และนับเงินทอนวางลงในถาดให้ลูกค้าเห็น การเดินไปด้วย กินไปด้วยเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำที่ญี่ปุ่น แม้ว่าอาหารนั้นจะดูถือกินง่ายขนาดไหนก็ตาม ควรกินให้เป็นที่ให้เสร็จ แล้วค่อยออกเดิน

เสน่ห์การชมใบไม้เปลี่ยนสี ….!!!

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูใบไม้ร่วงที่ญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาน่าเที่ยวที่หลายคนจองตั๋วบินไปชมความงามของใบไม้ที่เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลืองและแดงสวยงามในประเทศญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น ชมใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเมเปิลแดง เหลือง ทองสลับกันสวยงามในฤดูใบไม้ร่วง พร้อมเยือนสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจในเมืองต่างๆ

ช่วงเวลาอันเหมาะสมที่จะไปเที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสีของแต่ละภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็แต่ต่างกันไป โดยจะมีความช้าและเร็วในการเปลี่ยนสีของใบไม้ที่แตกต่างกันไล่เรียงกันมาจากภาคเหนือของญี่ปุ่นลงสู่ภาคใต้ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ละปีอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยแล้วแต่สภาพอากาศของปีนั้น ๆ

นอกจากเราจะต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปเที่ยวแล้ว เราก็ต้องหาสถานที่พิกัดสวย ๆ ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ไปชมในญี่ปุ่นด้วย ส่วนใหญ่สถานที่ดังกล่าวที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้เราดูจนจุใจก็จะเป็นโซนสวนสาธารณะ ธรรมชาติและภูเขาเป็นส่วนใหญ่

ในวันนี้เราจะมาแนะนำ 7 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่หน้าหนาวในปีนี้ไม่ควรพลาด ถ้าพลาดแล้วจะเสียใจแน่นอน

  1. Icho Namiki (Ginkgo Avenue) ถ้าพูดถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือใบไม้ร่วงสถานที่อันดับต้นๆที่หลายคนนึกถึงคือถนนอิโชนามิคิ (Icho Namiki) อยู่ใกล้กับสวนเมจิจินกูไกเอ็น (Meji Jingu Gaien Park) เป็นถนนราบยาวที่มีต้นแปะก๊วยสีเหลืองอร่าม (Ginkgo) จำนวน 146 ต้น ทอดยาวตลอดทั้งสองข้างทาง จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาให้ได้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้
  2. Inokashira Park สวนสาธารณะอิโนคะชิระ (Inokashira Park) เป็นสวนสาธารณะขนาด 428,000 ตารางเมตร อยู่ที่ Kichijoji จุดเด่นของสวนสาธารณะแห่งนี้คือ มีสระน้ำขนาดใหญ่ (Inokashira Pond) อยู่ตรงกลางสวนที่รายล้อมไปด้วยต้นซากุระและต้นเมเปิล มีพื้นที่ด้านข้างของสระน้ำไว้สำหรับนั่งปิคนิค แล้วยังมีบริการให้เช่าเรือพาย พายเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆสระน้ำ ทำให้สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่นิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว
  3. Koishikawa Korakuen Garden​ สวนโคอิชิคาว่า โคระคุเอ็น เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ก่อสร้างขึ้นในยุคสมัยเอโดะ เมื่อปี ค.ศ. 1629 ภายในสวนจะประกอบด้วยสระน้ำ ที่มีเกาะกลาง มีก้อนหิน สะพานโค้งสีแดงสดสไตล์ญี่ปุ่น และมีต้นไม้หลากหลายชนิด สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี เช่นชมต้นเมเปิลเปลี่ยนสีเป็นสีแดง และสีเหลือง ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือจะชมดอกซากุระบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนก็ได้ นอกจากนี้สวนโคอิชิคาว่า โคระคุเอนยังอยู่ติดกับโตเกียวโดม และสวนสนุกที่ห้าง LaQua แถมยังมีร้านอาหารอร่อยๆ มีแหล่งช็อปปิ้งหลายร้านให้เลือกซื้ออีกด้วย
  4. Lake Kawaguchiko at Mt.Fuji ทะเลสาบคาวากุชิโกะเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ป็นอันดับสองของทั้งห้าทะเลสาบที่ภูเขาไฟฟูจิ และยังมีต้นไม้หลากหลายชนิด เช่นต้นซากุระ และต้นเมเปิลที่จะเปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี้ ทะเลสาบคาวากุชิโกะจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมใบไม้เปลี่ยนสี
  5. Takaosan (Mount Takao) ภูเขาทาคาโอะ หรือ Mount Takao (高尾山, Takaosan) เป็นภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ สวยงาม ปกคลุมเต็มไปด้วยต้นไม้หลายชนิด และยังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักปีนเขาทั่วโลก เนื่องจาก Takaosan เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับการชมภูเขาไฟฟูจิ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการชมภูเขาไฟฟูจิ คือ ช่วงกลางเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน และชมดอกซากุระบานในช่วงมีนาคมอีกด้วย
  6. Rikugien Garden สวนริคุกิเอ็น (Rikugien, (六義園)) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1702 ในยุคสมัยเอโดะ โดยท่านโชกุน เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความสมบูรณ์ และงดงามมาก ภายในสวนจะประกอบไปด้วย ต้นเมเปิลอยู่ประมาณ 400 ต้น เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายนสวนแห่งนี้จะได้รับความนิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว ด้วยความสวยสดของสีใบเมเปิล บวกกับการจัดแสงไฟประดับต้นไม้ในเวลากลางคืนของทุกปี
  7. Shinjuku Gyoen National Garden สวนชินจุกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) ถูกสร้างขึ้นให้เป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่อาศัยของขุนนางสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) หลังจากนั้นได้กลายมาเป็นสวนพฤกษศาสตร์ แล้วถูกเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่น ปัจจุบันสวนแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น สวนชินจุกุเกียวเอน เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ใจกลาง ชินจุกุ ภายในสวนประกอบไปด้วยต้นไม้หลายชนิด แล้วได้รับความนิยมสูงมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิสำหรับการชมดอกซากุระ และช่วงฤดูใบไม้ร่วงสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี

สุดยอดที่พักญี่ปุ่น…!!!

ที่พักญี่ปุ่น มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ที่พักราคาประหยัดสำหรับเน้นเฉพาะการค้างคืน โรงแรมราคาปานกลางซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไปจนถึงโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความหรูหราซึ่งบางแห่งก็มีบ่อแช่น้ำแร่ในห้องพัก สำหรับรูปแบบโดยทั่วไปของโรงแรมและที่พักญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1.โรงแรมแคปซูล (Capsule Hotel) โรงแรมแคปซูลเป็นที่พักญี่ปุ่นที่ถือได้ว่ามีราคาถูกสุดในบรรดาโรงแรม เพราะห้องพักมีลักษณะเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กติดๆ กันเป็นแถว ขนาดของแต่ละห้องก็มีพื้นที่เพียงสำหรับที่นอน

2.โฮสเทล (Hostel) และ เกสเฮาส์ (Guest House) โฮสเทลและเกสเฮาส์เป็นที่พักราคาประหยัดซึ่งพบได้ในย่านท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่น เป็นรูปแบบที่พักญี่ปุ่นซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) หรือนักท่องเที่ยววัยหนุ่มสาวที่ต้องการที่พักซึ่งมีความสะดวกสะบายแต่มีราคาประหยัดกว่าโรงแรมที่พักญี่ปุ่นทั่วไป

3.โรงแรมธุรกิจ (Business Hotel) โรงแรมธุรกิจเป็นที่พักญี่ปุ่นมาตรฐานระดับ 3 ดาว ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในญี่ปุ่น ทำเลที่ตั้งของโรงแรมมักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟตามเมืองต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเดินทางสำหรับนักธุรกิจรวมถึงนักท่องเที่ยว

4.โรงแรมสไตล์ตะวันตก (Western-style Hotels) โรงแรมที่พักญี่ปุ่นสไตล์ตะวันตกเป็นโรงแรมหรูตั้งแต่ระดับ 4-5 ดาว อยู่ในเครืองโรงแรมที่มีชื่อเสียงและมีสาขาอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

5.เรียวกัง (Ryokan) (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น) ที่พักญี่ปุ่นเรียวกังเป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิม บางแห่งอาจเปิดให้บริการมานับร้อยปี ห้องพักโดยทั่วไปของเรียวกังปูด้วยเสื่อทาทามิ (Tatami) และที่นอนแบบญี่ปุ่นซึ่งปูนอนกับพื้นซึ่งเรียกว่าฟุตง (Futon)

6.บ้านพักตากอากาศ (Pension) ที่พักญี่ปุ่นแบบบ้านพักตากอากาศนั้นมีรูปแบบเป็นบ้านสไตล์ตะวันตกซึ่งมีบริการอาหารเย็นและอาหารเช้าให้ บ้านพักตากอากาศเป็นรูปแบบที่พักซึ่งพบได้ตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและลานสกีซึ่งอยู่ห่างออกไปจากตัว

7.มินชุคุ (Minshuku) มินชุคุเป็นที่พักญี่ปุ่นแบบโฮมสเตย์ (Homestay) ในบ้านแบบญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการโดยเจ้าของบ้านนั้นๆ ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น การให้บริการต่างๆ มีความคล้ายกับที่พักแบบบ้านพักตากอากาศ (Pension) มีบริการอาหารในสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งหาได้จากในท้องถิ่นนั้นๆ

8.Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) Airbnb เป็นเว็บไซต์รวมที่พักญี่ปุ่นซึ่งเจ้าของบ้านมาปล่อยเช่า ปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติกฎหมายมารองรับ Airbnb แล้ว โดยเจ้าของบ้านสามารถปล่อยที่พักให้เช่าได้สูงสุด 180 วันต่อปี ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามกฎของแต่ละหน่วยงานท้องถิ่น

วันนี้เราจะมาแนะนำ 4 อันดับที่พักญี่ปุ่น ในเมืองท่องเที่ยว ที่มีเสียง และคุ้มที่สุด

  1. -Tokyo Heritage Hostel ที่พักญี่ปุ่นสุดชิค อยู่ในย่าน อูเอโนะ อายุมากกว่า 100 เป็นที่พักที่ฮอตมากสำหรับนักเดินทางจากทั่วโลก ทำให้ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ
  2. Tokoyo Hutte เป็นโฮสต์เทลที่พักญี่ปุ่นที่มีบรรยากาศและการตกแต่งเสมือนคาเฟ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Oshiage ภายในเป็นสภาพคล้ายๆคาเฟ่ มีบรรยากาศสบาย ๆ ที่เราสามารถเข้าไปนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือดื่มกาแฟได้ สามารถใช้ Wi-Fi ฟรี แถมยังมีให้เลือกทั้งห้องพักแบบส่วนตัวและส่วนรวม
  3. Keio Plaza Hotel ที่พักญี่ปุ่นแห่งนี้ใกล้กับสถานี สามารถเดินจากสถานี JR Shinjuku อยู่ฝั่งตรงข้าม เพียง3 นาทีเท่านั้น มี Free shuttle ไป Disneyland ด้วย บรรยากาศภายในห้องค่อนข้างใหญ่ อาหารเช้าอลังการ มีห้องอาหารสองห้อง สามารถให้เลือกกินได้ทั้งสองห้อง
  4. Asakusa View Hotel เป็นโรงแรมที่พักญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้วัด อาซากุสะ ดองกี้ และแหล่งช้อปปิ้งอื่นๆ โรงแรมที่จัดว่าโอเค พนักงานให้ความช่วยเหลือดี ห้องมีขนาดใหญ่ สามารถเดินจาก สถานี tawaramachi (G18) ประมาณ 10 นาที หรือ 700 เมตร ใกล้กว่าสถานี asakusa(G19) 2 ข้างทางมีร้านอาหาร ร้านค้าตลอดทาง

วิธีสมัครบัตรเครดิตให้ผ่านแบบไม่ยาก

หลายคนเกรงกลัวกับการมีบัตรเครดิต กลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะก่อหนี้จนไม่สามารถชำระไหว แต่จริง ๆ แล้วปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของวินัยทางการเงิน พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อที่ดีจะแนะนำว่านี้ไม่ใช่ข้อเสียของบัตรเครดิต และถ้าหากคุณต้องการที่จะสร้างประวัติทางการเงิน เพื่อนำร่องไปยังการกู้สินเชื่ออื่น ๆ เช่น การกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด   มีความจำเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิตช่วยสร้างประวัติทางการเงินบนเครดิตบูโรให้คุณ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารพิจารณาการปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้นในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด หรือสินเชื่ออื่น ๆ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อและธนาคารจะเช็คประวัติการชำระหนี้ผ่านสำนักงานเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) หากคุณไม่เคยมีการกู้ยืมในระบบ อย่างการใช้จ่ายบัตรเครดิต ธนาคารจะไม่สามารถจัดลำดับความน่าเชื่อถือด้านการชำระหนี้ของคุณได้ ในบางธนาคารๆ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะมองว่าเป็นความเสียงในการปล่อยกู้ และอาจจะปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดได้ยาก พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจึงควรแนะนำวิธีการสมัครบัตรเครดิตและการขอสินเชื่อว่าควรจะทำอย่างไรให้ผ่านง่ายๆ

ตรวจสอบสถานะของตัวเองก่อนสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรสินเชื่อ

  1. ฐานเงินเดือนขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 15,000 บาทแม้ว่าข้อตกลงของธนาคารจะเริ่มที่ 15,000 บาท แต่พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่ารายได้จำนวนนี้ควรเป็นรายได้ที่ผ่านการหักค่าใช้จ่ายประจำเดือนอื่น ๆ แล้ว เช่น เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา งวดรถ หรือรายจ่ายอื่น ๆ
  2. ทำงานมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนข้อนี้หมายถึงการได้รับเงินเดือนมาแล้ว 6 เดือนมากกว่า เพราะเอกสารที่คุณต้องยื่นก็คือ สลิปเงินเดือน กับรายการเดินบัญชีธนาคารที่รับเงินเดือน (Statement)
  3. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าสถานที่ทำงานต้องมีความน่าเชื่อถือสำหรับความน่าเชื่อถือของสถานที่ทำงานในการสมัครบัตรเครดิตสามารถดูได้ดังนี้ มีการจ่ายเงินเดือนตามวันเวลาที่กำหนดทุกเดือน ไม่มีเลื่อนหรือล่าช้า ควรเป็นการจ่ายเงินเดือนเป็นระบบ Payroll ซึ่งเป็นการผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร การจ่ายเงินเดือนแบบโอนเข้าบัญชีสามารถเป็นบัตรเครดิตผ่านได้เช่นกัน แต่ไม่ชัวร์เท่าแบบ Payroll บริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย บริษัทมีการจ่ายภาษี หักภาษีพนักงาน และจ่ายเบี้ยประกันสังคมให้กับพนักงาน (แสดงในสลิปเงินเดือน)

เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสม

  1. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าประเภทของบัตรเครดิตบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรเครดิตมี 3 ประเภท ได้แก่บัตรกดเงินสดบัตรประเภทนี้จะไม่สามารถใช้รูดซื้อของได้โดยตรง เจ้าของบัตรจะต้องไปกดเงินสดออกมาเพื่อใช้ซื้อของ และแน่นอนว่าบัตรประเภทนี้จะใช้ผ่อนของไม่ได้เช่นกัน บัตรประเภทนี้อาจจะมีการคิดค่ากดเงินครั้งละ 3% จากยอดที่กด และอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20 – 28 % ต่อปี ซึ่งถือว่าสูง บัตรเครดิตบัตรประเภทนี้จะไว้ใช้รูดซื้อสินค้า และใช้ในการผ่อนของได้ด้วย แต่จะกดเงินสดออกมาไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันจะไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่ออาจนำเสนอบัตรเครดิตที่สามารถกดเงินสดได้เป็นบัตรที่สามารถทั้งรูดซื้อของ ผ่อน และกดเงินสดได้ในใบเดียว โดยจะคิดดอกเบี้ยต่อปีแบบบัตรเครดิต และหากกดเงินสดจะมีการคิดค่ากดอยู่ที่ 3% ของจำนวนเงินที่กดออกมา ในบางสถาบันการเงินยอดของการกดเงินสดและเครดิตจะรวมกัน แต่ในบางสถาบันก็มีการแยกยอดออกมาอย่างชัดเจน และนอกจากนี้ยังมีการแบ่งยอดแปลก ๆ อีก ตรงนี้อาจจะต้องศึกษากติกาของแต่ละบัตรเพิ่มเติมกันไป

2 VISA หรือ MasterCardจริง ๆ แล้วในบ้านเรานิยมใช้ทั้ง VISA และ Mastercard แต่ในตอนที่คุณสมัครคุณจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางธนาคารอาจจะมี JCB มาให้เลือกด้วย ซึ่งสำหรับคนที่เปิดบัตรเครดิตใบแรก และต้องการใช้งานที่หลากหลาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะให้เลือกเป็น VISA จะค่อนข้างครอบคลุมทุกร้านค้ามากกว่า รองลงมาจะเป็น MasterCard ส่วน JCB ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร หรือร้านค้าที่มีความเป็นญีปุ่นซึ่งค่อนข้างจะให้โปรโมชั่นที่ดีสำหรับบัตรใบนี้

Trick การสมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย

1 พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้เตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง สำเนาสลิปเงินเดือน 6 เดือน  รายการเดินบัญชีธนาคาร(Statement)  6 เดือน ใบรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทพร้อมตราประทับ  สำเนาทะเบียนบ้าน

  1. การอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคาร บางทีก็ขึ้นอยู่กับดวงเช่นกัน บางครั้งเรามองว่าน่าจะสมัครผ่านแน่นอน แต่กลับถูกปฏิเสธเสียอย่างงั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าบัตรไหนออกง่ายกันบ้าง สำหรับคนที่ทำงานมานานแล้วแต่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน และไม่เคยมีประวัติอะไรมาก่อน แนะนำให้เปิดบัตรในเครือกดเงินสดกันก่อน เช่น FirstChoice และ Aeon น่าจะเปิดได้ง่ายที่สุด สำหรับคนที่พึ่งเริ่มทำงาน อายุไม่มาก เลือกสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารที่คุณใช้รับเงินเดือน โดยเฉพาะหากการรับเงินเดือนของคุณเป็นระบบ Payroll นอกจากนี้ KTC ก็เป็นอีกบัตรหนึ่งที่เปิดได้ง่าย ขอเพียงแค่คุณมีรายได้ผ่านเกณฑ์ และยิ่งถ้าไม่มีบัตรเครดิตมาก่อน หรือไม่มีบัตรเครดิตมากจนเกินไป
  2. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้เลือกบัตรตามฐานเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายหากคุณมีรายได้อยู่ที่ 30,000 บาท และบัตร gold มีไว้สำหรับคนที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป เราแนะนำให้คุณลดลงมาสมัครบัตรปกติดีกว่า เพราะธนาคารจะมีการหักลบรายจ่ายต่อเดือนของคุณออก เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้ฐานรายได้ของคุณต่ำกว่า 30,000 บาท และอาจจะเปิดบัตรไม่สำเร็จ เราแนะนำให้คุณใช้บัตรธรรมดาไปก่อนหากธนาคารเห็นว่าคุณสามารถใช้บัตรระดับสูงกว่าได้ธนาคารจะยื่นข้อเสนอเปลี่ยนบัตรให้คุณเอง
  3. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน แต่บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้ การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณต้องมี Email หากคุณกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน จะมีผลกับการพิจารณาได้ บางธนาคารอาจจะมีการโทรมาสอบถามเพิ่มเติม บางธนาคารอาจจะส่งเอกสารมาให้คุณกรอกเพิ่มเติม และในบางสถาบันการเงินอาจจะปฏิเสธการเปิดบัตรเครดิตของคุณไปเลยแต่บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย หากคุณเช่าคอนโดอยุ่เดือนละ 10,000 คุณอาจจะลงที่อยู่จริงไป แต่ให้เช็คที่ช่องอาศัยอยุ่กับญาติแทนเพราะข้อมูลตรงนี้ธนาคารตรวจสอบไม่ได้ การขอสินเชื่อของคุณจะง่ายขึ้นเพราะไม่เห็นรายจ่าย แต่ถ้าหากคุณเช่าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งการกรอกที่อยู่มันจะขึ้นว่าอพาร์ทเม้น คุณอาจจะลดราคาค่าเช่าต่อเดือนลงครึ่งหนึ่ง และถ้าหากทางธนาคารโทรถามคุณอาจจะบอกไปว่าเช่าอยู่กับเพื่อนก็ได้เช่นกันถ้าหากคุณมีบัตรเครดิตมาก่อน แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ หรือใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน ไม่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครก็ได้ เนื่องจากข้อมูลจะยังไม่ทันเข้าไปที่สำนักงานเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) แต่ถ้าใช้มานานแล้วก็ให้เขียนไปตามปกติแต่แนะนำให้ปิดเขียนเลขบัตร 4 ตัวหลังเป็น xxxx แทน

หน้าที่สำคัญของการเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ

ตอนนี้ในการที่เราเลือกทำสินเชื่อ หรือการที่เราไปทำการกู้หนี้ยืมสินกับสถาบันทางการเงินนั้น เราจะเห็นสินเชื่อกันอยู่สองแบบที่กำลังเป็นที่นิยมทำกัน คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำมันทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิต ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

ส่วนฝ่ายขายนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากของบริษัทรวมถึง พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ เนื่องจากเป็นแผนกหาเงินเข้าบริษัท คนที่สนใจด้านงานขายจึงไม่ต้องกลัวตกงานเลย เพราะเป็นตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ อย่างไรก็ดี การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐาน 10 ประการคือ มีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า การมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพที่คุณทำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอาชีพ ซึ่งงานขายนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและใจรักสูง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย ประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อ คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้นการมีความสามารถในการขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขาย การขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ที่จะต้องทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย การเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลารู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขาย หากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณคงไม่สามารถหากลยุทธ์ต่าง ๆ มาขายสินค้าได้แน่ ๆ และยังมีบุคลิกภาพที่คนอยากเข้าหา นั่นคือ บุคลิกของคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ เพราะอาชีพคุณเป็นอาชีพที่ต้องเจอคนเป็นหลัก มีสุขภาพกายและจิตดี เหมาะสำหรับรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันกับการต้องพบปะลูกค้าหรือว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีอุปนิสัยที่คนชอบ นั่นคือนิสัยที่คนอยากอยู่ใกล้ เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ใครๆ เห็นก็ย่อมยินดีเปิดประตูหรืออ้าแขนรับ

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำการเลือกว่า  เวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคล  เวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำว่า ลูกค้าควรคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายๆนั้นเหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซูปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย ไอ้พวกแต้มสะสม หรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. รู้จักบริษัทบริษัทที่เราทำงาน ประวัติความเป็นมา มีสินค้าและบริการรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงาน บางครั้งข้อมูลของบริษัทก็สามารถโน้มน้าวลูกค้าให้เกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้าได้ด้วย 2.รู้จักสินค้า สินค้าที่ขายอยู่มีส่วนประกอบอะไร มีคุณสมบัติอะไร ประเภท ชนิด แ รวมถึงจุดเด่นจุดด้อย 3.รู้จักการมีหัวใจบริการ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า 4.รู้จักความต้องการของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้านำบัตรเครดิตและสินเชื่อไปใช้งานอะไร เราก็จะสามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า เมื่อวิเคราะห์ได้จริงๆ ก็ต้องรู้ด้วยว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ 5.รู้จักคู่แข่ง พนักงานขายที่ดีต้องศึกษาข้อมูลของคู่แข่งอยู่เสมอ คู่แข่งมีใครบ้าง คุณสมบัติของคู่แข่ง ข้อด้อยของคู่แข่งและข้อได้เปรียบของเรา การบริการของคู่แข่ง 6.รู้จักการส่งเสริมการขาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า สิ่งสำคัญคือต้องแนะนำประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจได้มากขึ้น 7.รู้จักตนเอง หมายถึง การรู้จักหน้าที่ของตนเอง หมั่นปรับปรุงตนเอง ด้วยการดูแลตนเองให้มีความพร้อม และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้า 8.รู้จักเป้าหมาย การวางเป้าหมายในการทำงาน ทำให้เรากำหนดแผนการการทำงานได้ ควรตั้งคำถามกับตนเองดูว่า ปัจจุบันเราต้องการอะไร เป้าหมายของบริษัทคืออะไร และเราจะทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้หากทำได้เราก็จะสามารถเป็น พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ที่ดีได้

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น การันตีราคาถูกที่สุด พร้อมแนะนำเส้นทาง

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ส่วนระยะเวลาในการเช่ารถที่แนะนำคือ 12 ชั่วโมง เพราะเป็นระยะเวลาที่เพียงพอต่อการขับรถไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิและกลับมายังโตเกียว หากคุณทำตามตารางเที่ยวที่เรากำลังจะแนะนำด้านล่าง เพียงแค่เรามีใบขับขี่สากล มีการเตรียมตัวให้พร้อม อีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะแนะนำให้คุณทำก็คือ เช็คเส้นทางที่เร็วและถูกต้องที่สุด คุณควรจะเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดและผ่านทางด่วนน้อยที่สุด โทลเวย์และทางด่วนที่ญี่ปุ่นนั้นเร็วกว่าเส้นทางธรรมดาไม่มากนัก ดังนั้น คุณสามารถที่จะเลี่ยงทางด่วนได้จากการตั้งระบบการนำทางภายในรถ และไม่ประมาทเท่านั้นก็ไปสนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ญี่ปุ่นได้แล้วเพราะก่อนจะไปก็ต้องรู้ก่อนว่า ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ขณะที่ขับรถผ่านทะเลสาบ ที่ตรงทางเข้าทะเลสาบคาวากูจินั้น มีลานจอดรถให้จอดรถชมวิวฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คุณกำลังจะไปส่วนไหนของประเทศญี่ปุ่น (จริงไหม) จริงๆ มันคือสิ่งแรกเลย คือทำเลที่จะไปน่ะ เหมาะกับการเดินทางแบบขับรถไหม คุณสามารถไปชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากเขาเล็ก ๆ ใกล้กับทะเลสาบ และคุณสามารถขึ้นไปบนจุดสูงสุดของภูเขาโดยใช้กระเช้าไฟฟ้าได้ภายในห้านาที วิวจากบนยอดเขานั้นสวยมาก และคุณสามารถถ่ายรูปวิวพาโนราม่าจากจุดนี้ได้อีกด้วย เช่น ถ้าคุณบอกว่าจะไปเที่ยวและอยู่แค่ในเมืองเดียวไม่ออกไปไหนเลยอย่าง โตเกียว, โอซาก้า, ฟูกุชิม่า, ซับโปโรฯเมืองใหญ่ๆ เหล่านี้ หลังจากที่คุณ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ปีนถึงยอดเขา เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ เดินลงจากยอดเขาโดยที่ไม่ใช้กระเช้าไฟฟ้า เนื่องจากว่าทางเดินนั้นไม่ได้มีความลาดชันเท่าไหร่

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น พอคุณเดินลงถึงตีนเขา คุณก็จะพบกับร้านขายของที่ระลึกมากมายที่ขายสินค้าเกี่ยวกับภูเขา อันนี้ไม่แนะนำให้คุณใช้รถ เพราะเมืองใหญ่ๆ ดังกล่าวนั้นการเดินทางด้วย รถไฟทุกประเภทสะดวกที่สุด อยู่ห่างจากทะเลสาบคาวากูจิห้ากิโลเมตร สวนสนุกแห่งนี้มีรถไฟเหาะที่ยิ่งใหญ่และเร็วติดอันดับโลก การได้เห็นภูเขาไฟฟูจิจากบนรถไฟเหาะนั้น เป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่ไหน หากคุณเป็นแฟนรถไฟเหาะตัวยง เราขอแนะนำให้คุณแวะเที่ยวที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก แค่เราซื้อพาสที่เราจะใช้ในเมืองนั้นก็คุ้มแล้ว อีกอย่างในเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียว,โอซาก้า สี่แยกจะเยอะมาก ขับๆ หยุดๆ แทบทุก 500 เมตร เสียเวลา ที่สุดในบรรดาห้าทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ทะเลสาบยามานากะนั้นอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากกว่าทะเลสาบคาวากูจิ และสามารถมองเห็นวิวได้ในระยะที่ใกล้กว่าด้วย พาลจะหงุดหงิดเปล่าๆ หากเราขับรถเที่ยวภาคากลางของญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เราจะสามารถขับผ่านชมวิวภูเขาไฟฟูจิ แวะเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ เที่ยวจังหวัดนาโกย่า แวะเที่ยวเมืองเล็กที่ยังคงกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นโบราณ Hida-Takayama ต่อด้วยการไปเยือนหมู่บ้านมรดโลกชิราคาวะโก ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลม Tojimbo หรือแวะสวน Kenrokuen ทะเลสาบยามานากะมีกิจกรรมทางน้ำให้คุณได้ไปลองมากมาย การล่องเรือที่ทะเลสาบยามานากะจะได้อารมณ์มากกว่าการล่องเรือที่ทะเลสาบคาวากูจิ เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น หนึ่งในสวนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่นก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นไม่หนุกแน่เวลาขับรถไปจากจุดนึงถึงจุดนึงแล้วเสียแบบนี้ หลังจากที่คุณเที่ยวเสร็จแล้ว เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ขับรถกลับโตเกียวผ่านเส้นทางปกติโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าทางด่วน และดื่มด่ำไปกับวิวยามค่ำคืนที่สวยงาม เรามั่นใจว่าคุณจะมีความสุขไปกับการเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิในครั้งนี้ และประหยัดเงินค่าเดินทางไปพร้อม ๆ กัน หรือหากช้อปปิ้งเยอะและเหนื่อยจะแบกแล้ว ให้หาตู้หยอดเหรียญตามสถานีรถไฟแล้วฝากของไว้ หลังช้อปเสร็จกลับมาเอาแล้วขึ้นแท๊กซี่กลับที่พัก ถ้าของเยอะยังจะดีกว่า ทุกที่เที่ยวที่กล่าวมา ท่านสามารถขับรถเช่าไปเที่ยวเองได้ เดินทางแสนง่าย ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น มีระบบคมนาคมที่ไฮเทคและเชื่อมโยงทั่วถึง แต่บางครั้งถ้าเราอยากเที่ยวนอกตัวเมือง อย่างเกาะฮอกไกโด หรือ โอกินาว่า ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งบ้านเขากับบ้านเรา การขับรถก็คล้ายๆ กัน คือพวงมาลัยอยู่ด้านขวา และขับเลนซ้ายเป็นหลัก อีกทั้งหลายสายการบินก็ออกโปรโมชั่นมากระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนคนชอบเที่ยวกันอยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าไปกันหลายคน คุ้มมากๆ โดยขึ้นทางด่วน และใช้บริการบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น อย่างแรกที่ควรมีก็คือ ใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ระหว่างประเทศ เพียงยื่นเอกสารตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาก็สามารถรับใบขับขี่สากลเพื่อเตรียมตัว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ได้เลย โดยจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 505 บาทเท่านั้น เนื่องจากเป็นราคาเหมาจ่ายอยู่แล้ว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น จึงอุ่นใจ ไม่ต้องกังวัลเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกินงบ แถมได้ดีไซน์การท่องเที่ยวเอง ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคนเดินเท้ามาเป็นอันดับแรก ถ้าเห็นคนจะข้ามถนนที่ทางม้าลาย ต้องหยุดรถให้คนข้ามก่อนไม่ว่าจะมีไฟแดงหรือไม่

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าคนเดินเท้าได้รับอันตราย ผู้ขับขี่จะมีความผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่เหมือนใคร เมืองประวัติศาสตร์และวัฒนะธรรมของญี่ปุ่น เราเลือกไปนิกโกะโดยการขับรถไป เพราะเมืองนี้อยู่ย่านชนบทของเค้า สัญลักษณ์ส่วนมากจะเป็นสากล เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันทั่วโลก เช่น ถนนลื่น ห้ามจอด เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เป็นต้น แต่ก็มีบางสัญลักษณ์ที่มีภาษาญี่ปุ่นประกอบ อย่างป้ายหยุด ซึ่งบางครั้งอาจพบเห็นตัวอักษรเหล่านี้บนพื้นถนน แต่ไม่ปรากฏบนป้าย จึงควรจดจำไว้จะได้ไม่สับสน ใช้เวลาขับรถไม่นาน จริงๆ การมาเมืองนี้โดยรถไฟ หรือ รถบัสไม่ได้ยากเหมือนกัน แถมอาจจะใช้เวลาน้อยกว่า ขับรถมาเรื่อยๆ เจอสัญญาณไฟสีเหลืองขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องหยุดทันที ส่วนไฟแดงหมายถึงหยุดมาสักพักแล้วและยังคงหยุดอยู่ แต่ที่เลือกใช้รถเหตุผลคือช่วงเวลานั้นเอง เราไปทริปนี้เพื่อเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ยังมีลูกศรสีเขียวชวนงงบนสัญญาณไฟจราจร ซึ่งหลายๆ แยกในญี่ปุ่นมักเปิดไฟเขียวเลี้ยวขวาพร้อมกับฝั่งตรงข้ามที่เปิดไฟเขียวตรงมา ที่นี้ก็ต้องรอรถทางตรงไปหมดก่อน ถึงจะเลี้ยวขวาได้ ซึ่งตรงกับปลายๆปีตั้งแต่เดือน ตุลาคมเป็นต้นไป ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น แต่ละจุดของนิกโกะจะอยู่บนเขาแทบทั้งหมด ทำให้การนั่งรถบัสบางทีเราอาจจะพลาดบางจุดในระหว่างเส้นทาง การขับรถจึงเป็นทางเลือกที่เราใช้เพื่อให้จอดแวะจุดใดก็ได้ นรถยนต์ก็จำเป็นต่อการท่องเที่ยวเหมือนกัน ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาที่ใช้ในการพิมพ์เลย เพราะเพียงใส่เบอร์โทรศัพท์ของจุดหมายปลายทาง ก็สามารถระบุตำแหน่งได้แล้ว เยี่ยมสุดๆ และตามชนบทของญี่ปุ่นที่จอดรถตามแหล่งท่องเที่ยวระหว่างทางในธรรมชาติจะฟรีด้วยนั้นเอง มีสองแบบ คือ แบบตัดเงินตามระยะทาง และแบบเหมาจ่าย ไม่จำกัดเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เราผ่านด่านทางด่วนได้อย่างรวดเร็ว ลักษณะการใช้งานคล้ายกับการใช้ Easy Pass ในบ้านเรา โดยต้องติดเครื่องรับบัตรไว้ในรถเช่าก่อ หรือบางครั้งก็สามารถจอดตามปั้มหรือ ตามร้านอาหารได้เพราะส่วนใหญ่เค้าให้บริการฟรีหมด เพียงเช่ารถจากบริษัทรถเช่าที่เข้าร่วมกับโครงการ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น คุณก็สามารถขอใช้บริการบัตรทางด่วนได้ โดยเป็นบัตรเสียบไว้ที่กล่องในตัวรถเช่า เวลาเราขับรถผ่านด่านเก็บเงิน เราสามารถขับชะลอแล้วผ่านเข้าช่องที่เขียนว่าได้เลยโดยไม่ต้องแวะจอดที่ด่านเพื่อจ่ายเงิน ตัดปัญหาปวดหัวกับการนับเงินสดและเงินทอน แถมถ้าแวะเที่ยวหลายที่ การซื้อบัตรเหมาจ่ายค่าทางด่วนจะถูกกว่าการจ่ายแยกเป็นครั้งๆ แต่การเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้น ก็ไม่ได้สะดวกสบายและยังมีราคาแพงอีกด้วย เนื่องจากภูเขาไฟฟูจิอยู่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้คุณลองเช่ารถจากในเมืองและขับไปภูเขาไฟฟูจิ โดยเฉพาะหากคุณเดินทางมากันหลายคน เพราะจะช่วยประหยัดเงินและยังสะดวกมากกว่า ซึ่งด้านล่างนี้ คือ คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลในการขับรถเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ ที่เรานำมาฝากคุณโดยเฉพาะ

ช่างไฟฟ้า,ช่างยนต์น่าสนใจอย่างไร

ช่างไฟฟ้า,ช่างยนต์ ถือเป็นสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมสูงในการศึกษาทั้ง 2 สาขา เนื่องจากเป็นที่ต้องการสูงของท้องตลาดแรงงาน อีกทั้งยังมีโอกาศในการศึกษาต่อเป็นวิศวกรได้ง่ายอีกด้วย ทั้งสองสาขาวิชาชีพนี้มีรายละเอียดในการศึกษาใดบ้าง

สาขาวิชาช่างยนต์

สำหรับการเลือกเรียนสายอาชีพสาขาช่างยนต์ ถือว่าเป็นอีกทางเลือกในการประกอบอาชีพ เพราะทุกวันนี้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน อัตราการใช้บริการซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์ต่าง ๆ ย่อมสูงตามไปด้วย ผู้จบสาขาช่างยนต์จึงมีโอกาสสร้างรายได้จากการขยายตัวและการใช้รถส่วนบุคคลทั่วไปได้ และมีโอกาสประกอบกิจการได้สูง อีกทั้งทุก ๆ วันนี้ แต่ละครอบครัวมีรถอย่างต่ำบ้านละ 1 คันขึ้นไป  ซึ่งการใช้รถจะมีระยะเวลาบำรุงรักษาทุก ๆ รอบ หรือตามสภาพรถ โอกาสในความเจริญก้าวหน้าของช่างยนต์จึงมีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก และสามารถประกอบกิจการส่วนตัวได้

รายละเอียดของสาขาวิชา

ช่างยนต์ คือ สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมบำรุงรถยนต์ รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ต่าง ๆ ที่นิยมใช้ในการเกษตร และอื่น ๆ สาขาช่างยนต์มีการจัดการเรียนการสอนเน้นการฝึกทักษะ ประสบการณ์ และการทดลองสิ่งใหม่

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาขาช่างยนต์ เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ต่าง ๆ การใช้อุปกรณ์ในงานช่าง วัสดุเชื้อเพลิง การถอดประกอบเครื่องยนต์ การคำนวณต่าง ๆ ที่จำเป็นต่องานช่าง วิชากลศาสตร์ วิชาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น

การเรียนสาขาช่างยนต์เป็นสาขาวิชาที่เน้นการฝึกปฏิบัติกับทฤษฎีควบคู่กันและมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนและฝึกปฏิบัติตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์

แนวทางการศึกษาในระดับสูง

  1. ปวช. สาขาช่างยนต์
  2. ปวส. สาขาช่างยนต์/เทคนิคยานยนต์
  3. ปริญญาตรี/สาขาวิศวกรรมยานยนต์ / กลเกษตร / ครุศาสตร์เกี่ยวกับการสอนสายอาชีพ และสายอื่น ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปสมัครเรียน

ลักษณะของงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ

  1. ซ่อมบำรุงรถยนต์รถจักรยานยนต์ 2. เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในรถหรือเครื่องยนต์  3. เคาะพ่นสี
  2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันต่าง ๆ 5. เช็คระบบวงจรรถ  6. ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ 7. แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวของกับเครื่องยนต์

แนวทางการประกอบอาชีพ

  1. ช่างยนต์ 2.พนักงานทั่วไป 3.พนักงานซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของภาครัฐและเอกชน 4. พนักงานขนส่งสินค้า 5. นายช่างศูนย์บริการ 6. เจ้าของกิจการคาร์แคร์ 7. เจ้าของกิจการอู่รถ 8. เจ้าของกิจการเต้นท์รถ9. เจ้าของกิจการจำหน่ายอะไหล่รถ

สาขาวิชาช่างไฟฟ้า

สาขาช่างไฟฟ้า เป็นอาชีพที่น่าสนใจและมีโอกาสขยายตัวไปมากที่สุด เนื่องจากทุก ๆ วันนี้อุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การใช้ไฟฟ้าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จำเป็นต้องอาศัยผู้มีความชำนาญเฉพาะทาง เช่น ช่างไฟฟ้าช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับไฟฟ้า และที่สำคัญคือ ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวัน การเลือกเรียนสาขาช่างไฟฟ้าจึงไม่มีโอกาสตกงาน หากไม่เลือกงาน และยังสามารถศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นวิศวกรได้อีกด้วย สำหรับอาชีพช่างซ่อมไฟฟ้า เป็นอาชีพที่จำเป็นสำหรับยุคเทคโนโลยีและเครื่องใช้ไฟฟ้า ถือว่าเป็นอาชีพที่มีโอกาสขยายตัวได้สูง เมื่อจบการศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ทั้งเป็นพนักงานหรือเจ้าของกิจการได้

รายละเอียดของสาขาวิชา

สาขาช่างไฟฟ้า คือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น การเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ภายในอากาศ การติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ การตรวจเช็คระบบไฟฟ้า การวงระบบวงจรไฟฟ้า แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับไฟฟ้า เป็นต้น  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสาขาช่างไฟฟ้า ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้พื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า การติดตั้ง การเดินสายไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้าในลักษณะต่าง ๆ การตรวจเช็คระบบไฟฟ้า การตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น

แนวทางการศึกษาในระดับสูง

  1. ปวช. สาขาช่างไฟฟ้า / ไฟฟ้ากำลัง
  2. ปวส. สาขาช่างไฟฟ้า /ไฟฟ้ากำลัง
  3. ปริญญาตรี/สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า / สาขาวิศวกรรมอุตสาหกรรม / ครุศาสตรอุตสาหกรรม และสายอื่น ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปสมัครเรียน

ลักษณะของงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ

  1. งานซ่อมบำรุงไฟฟ้า 2. งานตรวจสอบระบบไฟฟ้า  3. งานติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า  4. งานตรวจซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า

แนวทางการประกอบอาชีพ

  1. ช่างไฟฟ้า 2.พนักงานตรวจซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบริษัท  3. พนักงานรัฐและเอกชน  4. ผู้ช่วยวิศวกรไฟฟ้า  5. ช่างติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ  6. ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า  7. เจ้าของกิจการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า  8. เจ้าของกิจการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า  9. พนักงานการไฟฟ้า

ความงามของซากุระแห่งญี่ปุ่น,,,!!!

ซากุระว่ากันว่ามีรากคำมาจากคำว่า Saku ที่แปลว่า ดอกไม้บาน โดยดอกซากุระมีภาษาดอกไม้ที่ว่า “สวยและเก่ง” “งามอย่างธรรมชาติ” “สวนหวาน” เป็นต้น สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ดอกซากุระเป็นดอกไม้สำคัญของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน และเป็นช่วงของความเปลี่ยนแปลงเช่น การเริ่มต้นเทอมใหม่ของโรงเรียนด้วย ดอกซากุระนั้นเป็นญาติสนิทกับบ๊วย ท้อ และ apricot และเป็นญาติห่างๆ กับกุหลาบและแอปเปิ้ลจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นซากุระบางพันธุ์มีกลีบซ้อนๆ กันเหมือนกุหลาบ ความแตกต่างระหว่างดอกซากุระ ดอกบ๊วย และดอกท้อ ดอกไม้ทั้งสามชนิด ดูเผินๆ คล้ายกันจะแทบจะแยกไม่ออกเลยใช่ไหม จริงๆ แล้วมีวิธีดูง่ายๆ อยู่คือ ดอกซากุระจะมีกลีบดอกเป็นแฉกๆที่เป็นจุดเด่น ส่วนดอกบ๊วย ที่กลีบดอกจะกลม และดอกท้อ ที่จะมีปลายกลีบแหลม

ถ้าพูดถึงการเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวอยากไปมากที่สุดก็คือ ช่วงที่ดอก ซากุระ เบ่งบานออกดอกสีชมพูสวยทั่วสวนนั่นเอง ซึ่งปกติแล้วซากุระที่ญี่ปุ่นจะเริ่มบานไล่จากทางตอนใต้ขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศ ส่วนช่วงเวลาก็จะเริ่มบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน หรือแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี

วันนี้เราจะมาแนะนำจุดชมซากุระยอดนิยม 7 แห่งในญี่ปุ่นกัน จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

  1. สวนสาธารณะปราสาทมัตสึมะเอะ (Matsumae Castle Park) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึมะเอะ (Matsumae ) ซึ่งเป็น “ดินแดนแห่งซากุระ” ที่ปลูกต้นซากุระกว่า 10,000 ต้น ซึ่งมีมากกว่า 250 สายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่บานเร็วและบานช้า จึงมีระยะเวลาในการชมซากุระนานกว่าที่อื่น สามารถชื่นชมความงามของดอกซากุระเริ่มต้นประมาณปลายเดือนเมษายนและยาวนานจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม
  2. สวนสาธารณะปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castel Park) จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) ปราสาทไอซุวะคะมัตสุ (Aizu-Wakamatsu Castle) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle) ที่แปลว่า “ปราสาทนกกระเรียน” จุดเด่นของปราสาทนี้คือหลังคาที่เป็นสีแดงซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น และภายในสวนสาธารณะของปราสาทแห่งนี้ มีซากุระอยู่มากมายราว 1,000 ต้น ซึ่งรวมถึงพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (Someiyoshino) และชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) ด้วย
  3. สวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุเงียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) ตั้งอยู่ระหว่างย่านชินจูกุกับย่านชิบุย่าในกรุงโตเกียว แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ แต่สวนสาธารณะแห่งนี้ก็มีพื้นที่กว้างขวาง จนได้รับการขนานนามให้เป็น “โอเอซิสในเมืองใหญ่” ที่นี่มีซากุระปลูกอยู่ถึง 1,100 ต้นจาก 65 สายพันธุ์ ซากุระที่หลากหลายสายพันธุ์นี้ค่อยๆบานสะพรั่งทั่วทั้งสวนราวๆ 1 เดือน
  4. ทะเลสาบคาวากุจิ (Lake Kawaguchi) จังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi) แห่งนี้ เป็นสถานที่ๆ ผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเพื่อเก็บภาพความงามของ “ภูเขาฟูจิ ทะเลสาบ และซากุระ” ซึ่งเป็นภาพทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ในช่วงที่ซากุระผลิบานเต็มที่จะมีการจัด “เทศกาลชมดอกซากุระฟูจิคาวากุจิโกะ” (Fujikawaguchiko Sakura Festival)
  5. วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple) แห่งนี้เป็นวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ๆ ดอกซากุระบานช้าที่สุดในเกียวโต ที่นี่มีซากุระพันธุ์โอะมุโระซากุระ (Omurozakura) ซึ่งจะบานเต็มที่ในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน ซากุระพันธุ์โอะมุโระซากุระ (Omurozakura) เป็นพันธุ์ที่ลำต้นไม่สูงมากนัก จึงสามารถชื่นชมความงามของดอกซากุระนี้ได้ในความสูงระดับสายตา
  6. ปราสาทสึยามะ (Tsuyama Castle) จังหวัดโอคะยะมะ (Okayama) เป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก งดงามด้วยซากุระพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (Someiyoshino) กว่า 1,000 ต้น และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สถานที่ชมซากุระชื่อดัง 100 แห่งในญี่ปุ่น” ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากส่วนยอดของปราสาทนั้นงดงามราวกับกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางทะเลดอกซากุระเลยทีเดียว
  7. สวนสาธารณะโอมุระ (Omura Park) จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคคิวชู (Kyushu)ซึ่งมีภูมิอากาศอบอุ่น ฤดูชมดอกซากุระของที่นี่จึงสิ้นสุดลงเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ สวนสาธารณะโอมุระ (Omura Park) เป็นสวนที่ปลูกซากุระไว้มากราว 2,000 ต้น 21 สายพันธุ์ ที่จะพลาดชมไม่ได้เลยก็คือ “โอมุระซากุระ” (Omurazakura) ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่มีกลีบซ้อนดอกใหญ่มี 60-100 กลีบต่อดอก ต่างจากสายพันธ์มาตรฐานที่มีเพียง 5 กลีบต่อดอก

เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS

เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS เป็นตำแหน่งงานที่หลายๆคนอาจไม่รู้จักว่าคืออะไร ทำงานเกี่ยวข้องกับอะไร  แต่จริงๆแล้ว  เครื่อง POS เป็นสิ่งที่เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน  เพราะเครื่อง POS ทำให้การบริหารจัดการร้านอาหารง่ายมากขึ้น  ดังนั้น ผู้ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS ต้องเป็นผู้ที่รู้จักหลักการทำงานของเครื่อง POS ก่อน หรือเคยมีประสบการณ์เป็นช่างเทคนิคเครื่องมือหรือระบบที่เกี่ยวข้องมาก่อน

POS หรือ Point of Sale System คือ ระบบที่ช่วยในการเก็บข้อมูลการขาย รวมทั้งบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ  ระบบ POS นี้ พัฒนามาจากเครื่องคิดเงิน ที่ปกติจะทราบเพียงยอดขายเท่านั้น แต่เมื่อมีการพัฒนา เขียนโปรแกรมเพิ่มเติมเข้าไป ก็สามารถใช้งานอื่นๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสต็อกสินค้า มีระบบสมาชิก ตรวจสอบยอดขาย สินค้าไหนขายดี สินค้าใดขายไม่ได้ เป็นต้น   ระบบ POS ที่เราเห็นบ่อยๆ มักอยู่บริเวณแคชเชียร์ในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า (ต่อพ่วงกับเครื่องสแกนบาร์โค้ช) รวมถึงร้านอาหารด้วย

หลักการทำงานของ POS ก็ไม่ซับซ้อน โดยจะขอยกตัวอย่างการทำงานง่ายๆ ดังนี้ เช่น เมื่อลูกค้าสั่งอาหาร พนักงานจะคีย์ข้อมูลออเดอร์เข้าระบบเพื่อส่งไปยังห้องครัว ระบบจะบันทึกออเดอร์นั้นไว้ เมื่อลูกค้าจ่ายเงิน ระบบก็จะตัดสต็อกสินค้า หรือวัตถุดิบโดยอัตโนมัติ เมื่อปิดร้านเจ้าของร้านก็สามารถตรวจสอบจากการบันทึกของระบบได้ทันทีเลยว่า ยอดขายวันนี้เป็นเท่าไร ตรงกับเงินในลิ้นชักหรือเปล่า ใช้วัตถุดิบไปเท่าไร ตรงกับสต็อกที่เหลือหรือไม่ (ฉะนั้นจึงป้องกันการโกงของพนักงานได้ด้วย)

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ระบบ POS

ข้อดี

  • เจ้าของร้านทราบยอดขายในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็ว และ real-time แม้ไม่ได้อยู่ที่ร้าน ก็สามารถเช็คยอดขายผ่านระบบได้
  • เจ้าของร้านสามารถเช็คได้ว่าเมนูไหนขายดี เมนูไหนขายไม่ได้ ได้ตลอดเวลา
  • ไม่ต้องกลัวของหาย ไม่ต้องกลัวเงินรั่วไหล เพราะระบบบันทึกทุกอย่างไว้แล้ว
  • สะดวก รวดเร็ว ช่วยให้บริการลูกค้าได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลานั่งคิดเงินทีละโต๊ะ
  • ตรวจสอบได้ว่าในแต่ละเดือน ใช้วัตถุดิบแต่ละชนิดโดยเฉลี่ย ปริมาณเท่าใด จะได้สั่งซื้อได้ทันเวลา
  • ตรวจสอบปริมาณวัตถุดิบได้อย่าง Real time ถ้าใกล้หมด ก็สั่งซื้อได้
  • ช่วยในการวางแผนทำโปรโมชัน (หากเมนูไหนขายไม่ค่อยดี หรือวัตถุดิบชนิดใดเหลือเยอะ ก็สามารถนำมาจัดโปรโมชั่นได้)

ข้อเสีย

  • ต้องจ่ายเงินซื้อระบบ ซึ่งมีทั้งแบบซื้อขาดและจ่ายเป็นรายเดือน (ระบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายจะมีข้อจำกัดในการใช้งาน)
  • มีโอกาสที่ระบบจะล่ม และทำให้การดำเนินการของร้านหยุดชะงักได้
  • พนักงานจะคุ้นเคยกับการทำงานแบบ POS หากระบบล่ม อาจแก้ไขปัญหาไม่ได้
  • ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ POS แสดงผลลัพธ์ที่แม่นยำ คือตัวเจ้าของร้านเองต้องแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับเมนูแต่ละเมนูโดยละเอียด เช่น เมนูข้าวหน้าหมูทอด 1 จาน ราคา 150 บาท ต้องแจกแจงว่า 1 จาน ใช้หมูกี่กรัม ข้าวกี่กรัม น้ำจิ้มกี่กรัม ผักตกแต่งจานกี่กรัม เป็นต้น หากร้านคุณมี 100 เมนู ก็ต้องแจกแจงให้ได้ 100 เมนู จึงถือว่าเป็นงานที่หนักพอสมควรเลยทีเดียว โดยข้อมูลที่แจกแจงนี้ จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ระบบนำไปใช้ตัดสต็อกและเช็คยอดขายได้

ผู้ประกอบการต้องลองชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสียดู แล้วตรวจสอบความว่าร้านอาหารของคุณจำเป็นต้องใช้ระบบ POS หรือเปล่า  ทุกวันนี้มีระบบ POS ให้เลือกใช้เยอะมากมาย โดยลักษณะการใช้งาน หน้าตาโปรแกรมจะแตกต่างกันออกไป รวมทั้งมี function การใช้การที่แตกต่างกันด้วย ฉะนั้นเจ้าของร้านอาหารลองเลือกเจ้าที่เหมาะสมกับตัวเองดู แล้วจะรู้ว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยคุณได้

ปัจจุบันการใช้เครื่อง POS เป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้น อาชีพที่เกี่ยวข้องก็กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น เช่น เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS  ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะเป็นผู้ทำการติดตั้ง สาธิตวิธีการใช้  แก้ปัญหาระบบให้กับร้านอาหารแต่ละร้าน

             เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS หมายถึงช่างเทคนิคของบริษัทที่จัดจำหน่ายและติดตั้งเครื่อง POS มีหน้าที่ในการประกอบ ติดตั้งเครื่อง POS และระบบการใช้งาน ตรวจซ่อมและตรวจเช็คเครื่อง POS ของร้านอาหารที่มีการใช้งาน รวมทั้งระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นงานของเจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS ที่ต้องทำรายวันก็คือการเข้าเช็ค เข้าซ่อมบำรุงเครื่อง POS ตามที่กำหนดให้กับลูกค้าเก่าแต่ละร้าน และเข้าติดตั้ง สาธิตวิธีการใช้งานให้กับลูกค้าใหม่ เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องPOS เป็นอย่างดี เพื่อให้การติดตั้งซ่อมบำรุงดำเนินไปอย่างถูกจุดและมีปัญหาเกิดขึ้นกับลูกค้าน้อยที่สุด รวมทั้งต้องให้คำปรึกษา แนะนำ จัดทำข้อมูล ถ่ายทอดความรู้ทั้งในเชิงทักษะเฉพาะด้านและทักษะทั่วไปให้แก่บุคลากรภายในหน่วยงานเพื่อให้ง่ายต่อการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS รุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติงานในองค์กรด้วย

คุณสมบัติของผู้สนใจเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS

เพศชาย อายุ 22 ปีขึ้นไป

วุฒิ ปวส. ถึง ป.ตรี สาขาช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์  ไฟฟ้า

มีทักษะด้านงานซ่อมบำรุงแก้ไข  รักงานบริการ ขยัน  เรียนรู้งานไว

มีรถจักรยานยนต์เป็นของตัวเองเนื่องจากต้องไปติดตั้งอุปกรณ์ตามสถานที่ต่างๆ

ค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS

เจ้าหน้าที่เทคนิคเครื่อง POS จะได้รับค่าตอบแทนตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์และบางบริษัทอาจให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมตามจำนวนลูกค้าใหม่ที่ติดตั้งในแต่ละเดือน