หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยา

หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยานั้นเริ่มมีขึ้นราวสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 โดยเริ่มต้นมาจากชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่น ซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ พ่อค้า โรนินหรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยา และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้าน ที่ตั้งของหมู่บ้านญี่ปุ่นนี้ก็อยู่ในบริเวณที่ตั้งเดิมของชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนใต้ของเกาะเมือง โดยในสมัยนั้น ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นชุมชนชาวโปรตุเกส ส่วนที่ติดกับด้านเหนือของหมู่บ้านญี่ปุ่นจะมีคลองเล็กๆ คั่นเป็นชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดา

มาไล่เรียงลำดับเหตุการณืเท่าที่มีบันทึกกัน ว่าเรารู้อะไรกันบ้าง

ปี ค.ศ.1570 หรือ พ.ศ.2133 : เท่าที่พบหลักฐานแล้ว น่าจะเป็นปีที่มีการส่งเรือสำเภาริวกิว ไปยังสยามเป็นครั้งสุดท้าย

ปี ค.ศ.1616 หรือ พ.ศ.2159 : ออกญาพระคลังเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ของสยาม ได้ส่งไม้กฤษณาพร้อมด้วยจดหมาย ถึง ไดเมียวมาเอดะ โทชิทสึเนะ เนื่องจากอยากได้ดาบญี่ปุ่น เมื่อถึงปีนี้หมู่บ้านญี่ปุ่นในอยุธยากำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ คิอิ คิวเอมอน ได้เป้นหัวหน้าหมู่บ้านจนถึงปี พ.ศ.2163 (ค.ศ. 1620)

ปี ค.ศ.1612 หรือ พ.ศ.2155 : ชาวญี่ปุ่นจำนวน 280คน ที่อาศัยในอยุธยาวางแผนบุกเข้าไปฆ่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ถึงในพระราชวังอยุธยา จากนั้นก็หลบหนีไปยังเพชรบุรี และในปีนี้ ยามาดะ นางามาซะ มาอยุธยา

ปี ค.ศ.1620 หรือ พ.ศ.2163 : ยามาดะ นางามซะ ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1621 หรือ พ.ศ.2164 : ฑูตสยามเดินทางไปเอโดะ (ปัจจุบันคือ โตเกียว) เพื่อนำพระราชสาส์นของ กษัตริย์สยามไปมอบให้โชกุนโตกุงาวะ ฮิเดทาดะ

ยามาดะ นางามาซะ มีจดหมายถึง โดอิ โทชิดะ และ ฮอนดะ มาซาสุมิ

ปี ค.ศ.1622 หรือ พ.ศ.2165 : หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น

ปี ค.ศ.1627 หรือ พ.ศ.2170 : บาทหลวงชาวโปรตุเกสจากมะละกา ทำพิธีศีลมหาสนิทให้แก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่น 400 คน ที่พำนักอยู่อาศัยในอยุธยา หมู่บ้านญี่ปุ่น ในช่วงที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดนั้น มีราวๆ 1,000 ถึง 1,500 คน ในจำนวนนี้สังกัด “กรมอาสาญี่ปุ่น” 800คน

ปี ค.ศ.1629 หรือ พ.ศ.2172 : ยามาดะ นางามาซะ ไปเป้นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ตอนใต้ของสยาม

ปี ค.ศ.1630 หรือ พ.ศ.2173 : ยามาดะ นางามาซะ ถึงแก่กรรม หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกเผาทำลาย

ปี ค.ศ.1659 หรือ พ.ศ.2202 : บาทหลวงนิกายเยซูอิต ที่ถูกส่งจากเอ้หมึงไปยังอยุธยานั้น ไปคอยให้กำลังใจแก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1662 หรือ พ.ศ.2205 : เดอ ลา โมเดอ ลองแบร์ ยาทหลวงฝรั่งเศส รายงานว่า ในอยุธยามีชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ อาศัยอยู่

ปัจจุบันสมาคมไทย – ญี่ปุ่น ได้สร้างอาคารจัดแสดงและจารึกประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา จัดบริเวณและปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญระหว่างไทยและญี่ปุ่นต่อไป

ด้านในมีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ แบ่งออกเป็นอาคาร 9 ส่วน ประกอบด้วยบอร์ดนิทรรศการ การจัดแสดงสิ่งของและวีดีทัศน์ 3 ภาษา ได้แก่

  1. ห้องวีดีทัศน์ นำเสนอภาพรวมของพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และความคิดเห็นของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ทั้งไทยและญี่ปุ่น
  2. แผนที่เดินเรือมายังกรุงศรีอยุธยา แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา
  3. แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ แสดงความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา จากอดีตสู่ปัจจุบัน
  4. ห้องจัดแสดงใต้ท้องเรือ จำลองการขนสินค้านำเข้าและส่งออกในสมัยอยุธยา
  5. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวต่างชาติในกรุงศรีอยุธยา
  6. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวญี่ปุ่นในพระนครศรีอยุธยา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้ามาของคนญี่ปุ่น วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อาชีพ ศาสนา รวมทั้งการลดจำนวนของชาวญี่ปุ่น ซึ่งสืบเนื่องจากการปิดประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบของแอนิเมชั่น
  7. ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น แสดงด้วยตารางลำดับเหตุการณ์เปรียบเทียบเหตุการณ์โลก ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 คราวตั้งอาณาจักรอยุธยาถึงปัจจุบัน

8 ห้อง e-book

  1. เรือโบราณจำลอง จัดแสดงแบบจำลองเรือโบราณที่มีหลักฐานว่าเข้ามาติดต่อกับพระนครศรีอยุธยา

 

หมู่บ้านญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน สามารถเดินทางจากวัดพนัญเชิงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเห็นอาคารผนวกหมู่บ้านญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางด้านขวามือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายเป็นจำนวนมาก ญี่ปุ่นเป็นชนชาติหนึ่งที่เดินทางเข้ามาในสมัยนั้น ซึ่งที่แห่งนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย และรอบบริเวณยังจัดเป็นสวนแบบญี่ปุ่น เพื่อระลึกถึงชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นด้วย

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนอาคารหลัก ตั้งอยู่ที่ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นบน และ อีกส่วนคือส่วนอาคารผนวก ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนในบริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่น

นอกจากนี้แล้วยังมีสวนและศาลาญี่ปุ่น อยู่เป็นบริเวณกว้างโดยรอบ ซึ่งสวนนี้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 80 พรรษา และเป็นที่ระลึกถึงวาระครบรอบ 120 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมูบ้านญี่ปุ่น ให้สวยงามร่มรื่น เป็นที่ผ่อนคลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม

ศูนย์แห่งนี้เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมสำหรับเด็ก นักเรียนและนักศึกษา ในเครื่องแบบ 5 บาท ประชาชนทั่วไป 20 บาท นักเรียนต่างชาติ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท