ความสำคัญของช่างซ่อมบำรุง(ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย)

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับการซ่อมบำรุงเสียก่อนว่าการซ่อมบำรุงนั้นคืออะไร และการซ่อมบำรุงนั้นดีอย่างไร การซ่อมบำรุง (maintenance) เป็นการทำงานที่ทำให้สินทรัพย์ (อุปกรณ์ เครื่องจักร ระบบ ยุทโธปกรณ์) สามารถทำงานได้ตามความประสงค์ของเจ้าของหรือผู้ใช้

การซ่อมบำรุงนั้นมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือ การซ่อมบำรุงรักษาเชิงแก้ไข และการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

1.การซ่อมบำรุงรักษาเชิงแก้ไข

การบำรุงรักษาแบบแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) หรือบ้างก็เรียกว่าการบำรุงรักษาหลังเกิดการเสียหายหรือใช้งานจนกระทั่งเสียหายเป็นเทคนิคการบำรุงรักษาที่ง่ายที่สุด แต่ในทุกอุตสาหกรรมยังใช้เทคนิคการบำรุงรักษาแบบนี้อยู่ โดยจะดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมสินทรัพย์ก็ต่อเมื่อสินทรัพย์เสียหายจึงทำให้ต้องหยุดการใช้งานสินทรัพย์ เช่น หลอดไฟแสงสว่าง เครื่องจักรในโรงงาน ข้อดี ได้ใช้ประโยชน์จากอายุการใช้งานของเครื่องจักรอย่างคุ้มค่า ไม่ต้องเสียกำลังคนและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ข้อสังเกต เราไม่สามารถวางแผนและกำหนดเวลาในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนได้บางครั้งจำเป็นต้องรีบทำงานให้เสร็จจึงทำให้คุณภาพของการซ่อมแซมไม่ดีพอ โดยปกติเมื่อเกิดการเสียหายแล้วมักจะทำให้การเสียหายอย่างรุนแรงเป็นผลให้การซ่อมแซมหรือแก้ไขจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก มากไปกว่านั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะมีผลกระทบกับ ความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

2.การซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) จะเป็นการวางแผนโดยกำหนดระยะเวลาในการเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่หรือการโอเวอร์ฮอลเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการวางแผนการป้องกันไว้ล่วงหน้าทำให้ไม่ต้องหยุดการใช้งานสินทรัพย์หรืออุปกรณ์แบบฉุกเฉิน โดยทั่วไประยะเวลาในการทำงานสามารถหาข้อมูลอ้างอิงได้จากคู่มือของผู้ผลิตหรือจากแผนการบำรุงรักษาที่ใช้งานอยู่ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมัน, การเปลี่ยนกรองอากาศรถยนต์ ข้อดี สามารถทำการวางแผนการบำรุงรักษาและแผนการใช้สินทรัพย์ได้ง่าย โดยทั่วไปมักจะปฏิบัติตามคู่มือผู้ผลิต ทำให้สามารถใช้งานสินทรัพย์ได้มากกว่าการบำรุงรักษาแบบแก้ไข ข้อสังเกต โดยทั่วไปไม่สามารถรู้หรือขาดข้อมูลที่จะประมาณอายุการใช้งานสินทรัพย์ เพิ่มความเสี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังงานบำรุงรักษา (ถ้าไม่ทำการบำรุงรักษาสินทรัพย์ก็จะไม่ชำรุด หรืออาจกล่าวได้ว่าการบำรุงรักษาเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการชำรุดของสินทรัพย์) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของแผนการบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและจัดการแสดงต่างๆ อาทิ คอนเสิร์ต ละครเวที รวมไปถึงเป็นสถานที่จัดการประชุมต่างๆ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คนปัจจุบัน คือ นางดาวลดา พันธ์วร

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากจะมีบทบาทหน้าที่อันสำคัญในการเป็นแหล่งกลาง ของการจัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ แล้ว การใช้งานศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อใช้งานเยอะก็ย่อมต้องมีการซ่อมบำรุงแก้ใข เป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเลยต้องมีหน่วยงานที่จะต้องมาคอยดูแล โดยช่างซ่อมบำรุง(ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) โดยเฉพาะ เพราะต้องอาศัยความละเอียดอ่อนของช่างที่มีความชำนานเป็นพิเศษ โดยช่างซ่อมบำรุง(ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) จะคอยดูแล การซ่อมบำรุงรักษาเชิงแก้ไข และการซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อไม่ให้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยนั้นเสี่ยหายจากการใช้งาน

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานในสังกัดสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีบทบาทหน้าที่สำคัญทางด้านศิลปวัฒนธรรม คือเป็นศูนย์กลางในการให้บริการทางการศึกษา ส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยสาขาต่าง ๆ แก่เยาวชนและประชาชนชาวไทย เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทย เกิดความรักหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และช่วยกันรักษาไว้เป็นศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของชาติสืบไป นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกันในบรรดาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

ลักษณะของผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

เป็นผู้ที่ชอบกิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน กิจกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งของ  เช่น เครื่องจักรกล ทักษะทางภาษา ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลมีน้อย มักจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุุคคลหรือไม่ชอบเป็นจุดสนใจของผูุ้อื่น ค่อนข้างมีลักษณะเป็นชายสูง มีค่านิยมทางเศรษฐกิจและการเมืองในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความอดทน มีความบากบั่น กล้าแสดงผลงาน ทักษะในการสร้างสัมพันธภาพทางสังคมมีน้อย

ลักษณะทั่วไปของอาชีพช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

ทำงานทางเทคนิคภายใต้การแนะนำและควบคุมของวิศวกรคอมพิวเตอร์  เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในงานอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์  อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม  เทคนิคคอมพิวเตอร์  เทคนิคระบบสื่อสาร  และเครื่องกลอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังต้องออกแบบ  สร้าง และบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยหลักการและขบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้บางครั้งช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ยังมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์ วางแผน  ควบคุมโครงงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ ตลอดจนการประเมินผลงานและเขียนรายงานจากการค้นคว้า วิจัย

บำรุงรักษาและตรวจซ่อมคอมพิวเตอร์

 ลักษณะของงานช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์

ทำงานทางเทคนิคภายใต้การแนะนำ และควบคุมของวิศวกรคอมพิวเตอร์  โดยอาจต้องมีความรู้ด้าน มีความรู้ด้าน ภาษา Visual Basic  PHP ภาษา C  เขียนเว็ปไซต์  โดยมีหน้าที่คือ ดูแลทางด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์  การซ่อมบำรุงทั้ง Hardware และ Software  ให้บริการซ่อมด้านเทคนิคคอมพิวเตอร์ให้กับ User ภายในองค์กร นอกจากนี้ ช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ยังต้องทำงานด้านบำรุงรักษา  และตรวจซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ เป็นผู้ประสานงานระหว่างวิศวกร และช่างฝีมือในการสั่งการ  การควบคุม  การตรวจสอบ และวิเคราะห์ปัญหาในงานอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์

สภาพการจ้างงาน

ช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์  สามารถเลือกทำงานได้ทั้งในภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ  หรือทำงานส่วนตัวและกับหน่วยงานในองค์กรเอกชนอื่นๆ  เช่น  สถานประกอบกิจการต่างๆ  บริษัทเอกชน โรงงานผลิตคอมพิวเตอร์  โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป  ธนาคาร ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงานและควบคุมงาน เป็นต้น ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาช่างเทคนิคอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และประสบการณ์ในการทำงาน

อัตราเงินเดือนของผู้ประกอบอาชีพช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ในภาคเอกชนขึ้นอยู่กับประสบการณ์  ความสามารถ  และความชำนาญงาน นอกจากค่าตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้ว อาจได้รับค่าตอบแทนในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล    เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการ    รูปแบบต่างๆ เงินโบนัส ค่าล่วงเวลา เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ในการทำงาน เป็นต้น

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง อาจทำงานล่วงเวลา วันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดตามความจำเป็นเร่งด่วน  แต่หากทำงานราชการก็จะได้เงินเดือนตามฐานเงินเดือนของหน่วยราชการนั้นและปรับขึ้นรายปี 5-6% ขึ้นอยู่กับผลงาน

 คุณสมบัติผู้ประกอบอาชีพ

คุณสมบัติของช่างเทคนิค อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ มีดังนี้

สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ด้านอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์หรือที่เกี่ยวข้อง  มีร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคที่เป็นอุปสรรคต่องานอาชีพ

เป็นผู้มีความละเอียดรอบคอบ คล่องแคล่ว ว่องไว ช่างสังเกต หูรับฟัง   ได้ดี ตาดีไม่บอดสี  มือและสมองสามารถทำงานพร้อมกันได้ตลอดเวลา มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร สามารถทำงานกลางแจ้ง  มีความคิด    ริเริ่มสร้างสรรค์  ชอบการคิดคำนวณ มีความละเอียดรอบคอบ  มีความมั่นใจในตนเองสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้   มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย  เป็นผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคม  โดยดำรงตนอยู่บนพื้นฐานแห่งคุณธรรม  และกฎหมาย มีความเป็นผู้นำ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

การเตรียมตัวสำหรับผู้สนใจ

สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถเข้าศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  สาขาวิชาช่างคอมพิวเตอร์หลักสูตร 3 ปี  เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สามารถสมัครงานประกอบอาชีพนี้หรือเข้าศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หลักสูตร 2 ปี  ประเภทวิชาช่าง อุตสาหกรรมสาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษาหรือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลหรือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

สำหรับแรงงานใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป  ฝึกใน  สพร. หรือ ศพจ. 10 เดือน  และฝึกในสถานประกอบการอีก 2 เดือนรวมระยะเวลาฝึกทั้งหมด 12  เดือน  จึงจะได้รับวุฒิบัตรพัฒนาฝีมือแรงงาน (วพร.) แนวการฝึกเน้นภาคปฏิบัติ  70%

โอกาสในการมีงานทำ

พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านคอมพิวเตอร์  ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไปและสำหรับบริษัทและโรงงานทุกๆ แห่ง ดังนั้นการประกอบอาชีพนี้  จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนา และนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งาน จึงนับได้ว่าผู้ที่สำเร็จการศึกษาทางด้านนี้ จึงยังมีตลาดแรงงานรองรับอยู่มาก  ถึงแม้ว่าจะมีการหยุดชะงักทางด้านเศรษฐกิจในด้านอื่น ๆ  ก็ตามแต่ความจำเป็นในการพัฒนาทางอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ยังคงมีความสำคัญสูงที่จะต้องพัฒนาต่อไป

งานที่เกี่ยวข้องด้านอิเล็คทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ สามารถเลือกทำงานได้ทั้งประกอบอาชีพอิสระ เช่น รับซ่อมคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ประกอบอื่นๆ   รับราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และเป็นลูกจ้างของสถานประกอบกิจการทั่วไป เป็นต้น

โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

ผู้ที่รับราชการ หรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจจะเลื่อนขั้นเงินเดือน  และตำแหน่งตามกฎระเบียบที่วางไว้ ส่วนงานเอกชนนั้นเมื่อระยะเวลาทำงานเพิ่มขึ้น  รวมทั้งมีความสามารถและชำนาญงานก็จะได้เลื่อนตำแหน่งงานและเงินเดือนสูงขึ้นตามความสามารถและประสบการณ์  นอกจากนี้ยังสามารถหารายได้พิเศษ  โดยรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือลงโปรแกรมต่าง ๆ ได้อีกด้วย  ผู้มีพื้นฐานอาชีพนี้ สามารถฝึกเพิ่มเติมฝีมือในหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการมาก  เนื่องจากกระบวนการทำงาน  และกระบวนการผลิตจะเปลี่ยนไปในทางการควบคุมแบบอัตโนมัติซึ่งต้องใช้การควบคุมที่แน่นอน  และแม่นยำจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปช่วยในการควบคุม  และยังสามารถศึกษาต่อในระดับชั้นปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

ใบไม้แดงญี่ปุ่นสีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิ

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้ส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนสี จากสีเขียวเป็นสีเหลืองส้มหรือแดง ก่อนที่จะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ใบของต้นไม้บางชนิดเช่น ใบอิโจ (แปะก้วย) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะร่วงหล่นไปจนหมดต้น ทำให้ธรรมชาติในยามนั้นงดงามด้วยสีสันสดใส ถ้าใครได้มีโอกาสมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะได้เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และมาสัมผัสกับฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ยังได้มีโอกาสมาเดินออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรี่กันอีกด้วยนะ

สำหรับฤดูกาลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จากการสรรค์สร้างของธรรมชาติ เป็นผลงานตระการตาด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนจากสีเขียวสู่สีส้ม แดง และเหลืองทองสลับกัน โดยที่ญี่ปุ่นจะเรียกการชมใบไม้เปลี่ยนสีนี้ว่า “Koyo” หรือ “Momiji-Gari” และตามปกติใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งตรงกันข้ามกับดอกซากุระ ที่จะเริ่มบานจากท้องถิ่นทางภาคใต้ขึ้นสู่ภาคเหนือ และช่วงเวลาที่ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงเวลาที่ดอกซากุระบาน จะคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ ทำให้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทราบถึงข้อมูลการพยากรณ์การเปลี่ยนสีของใบไม้ในแต่ละสถานที่ เพื่อการท่องเที่ยวซึมซับบรรยากาศ และทัศนียภาพที่สวยงามตามใจต้องการมากที่สุด

เทศกาลชมใบไม้แดงที่ญี่ปุ่น

ตามปกติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี ไล่จากทางภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ของญี่ปุ่น ราวต้นเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี แต่ช่วงเวลาเปลี่ยนสีอาจคลาดเคลื่อนแตกต่างกันไปในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและอุณหภูมิในปีนั้นๆ

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สวยงาม และสุดแสนโรแมนติคของญี่ปุ่น ตามหุบเขาธรรมชาติ จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่พร้อมใจกันเพิ่มความงดงามให้กับขุนเขา แข่งกันอวดสีสันของใบไม้สีสันสดใส เป็นมนต์เสน่ห์ให้นักท่องเที่ยว หลงใหล และติดใจ อยากมาชมความงดงามในทุกๆปี อุณหภูมิในช่วงนี้จะเริ่มเย็นสบาย เฉลี่ยประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส แม้จะไม่หนาวเท่าฤดูหนาว แต่ควรเตรียมเสื้อคลุมแขนยาวสำหรับกันหนาวไปด้วย เช่น เสื้อยืดแขนยาว เสื้อแขนยาว เสื้อคอเต่าแขนยาว เสื้อคาร์ดิแกน เสื้อคลุม เสื้อแจ็กเก็ต สเว็ตเตอร์กันหนาว และผ้าพันคอ

เอาล่ะครับ เมื่อเราเตรียมตัวเสร็จแล้ว วันนี้ผมขอพาเพื่อนไปชมความสวยงามของธรรมชาติผสมผสานกับสิ่งปลูกสร้างในญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวกันครับ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปถ่ายรูป สัมผัสใบไม้แดงที่ญี่ปุ่นกันดีกว่า

และนี่คือ 17 สุดยอดสถานที่ต้องห้ามพลาดในการชมใบไม้แดงของฤดูใบไม้ผลิแห่งญี่ปุ่น ที่เราอยากนำเสนอครับ

ช่วงปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม

1.Niseko จังหวัด Hokkaido

2.Hachimantai จังหวัด Iwate

3.ภูเขา Nasu-dake จังหวัด Tochigi / Fukushima

ต้น – กลางเดือนตุลาคม

1.อุทยานแห่งชาติทะเลสาป Onuma จังหวัด Hokkaido

2.ภูเขา Zao-san จังหวัด Yamagata / Miyagi

3.ภูเขา Yatsugatake จังหวัด Nagano / Yamanashi

4.วิวภูเขา Fuji จากบนทางด่วนสาย Subaru จังหวัด Shizuoka / Yamanashi

กลาง – ปลายเดือนตุลาคม

1.ทะเลสาป Towada-ko จังหวัด Akita / Aomori

2.แม่น้ำ Kinu จังหวัด Tochigi

ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน

1.วัด Risshaku-ji จังหวัด Yamagata

2.ทะเลสาป Inawashiro จังหวัด Fukushima

3.วัด Eihei-ji จังหวัด Fukui

ต้น- กลางเดือนพฤศจิกายน

1.ถนน Aoba-dori เมือง Sendai จังหวัด Miyagi

2.สวน Kenrokuen เมือง Kanazawa จังหวัด Ishikawa

กลาง – ปลายเดือนพฤศจิกายน

1.พระราชวัง Imperial Palace จังหวัด Tokyo

  1. Arashiyama จังหวัด Kyoto

3.วัด Eikando จังหวัด Kyoto

อย่างไรก็ตามหากเราอยากจะชมเทศการใบไม้แดงเราควรต้องติดตามการพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงอากาศในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งแต่ละปีนั้นอาจจะมีการคลาดเคลื่อนของสภาพอากาศด้วย เราสามารถติดตามอัพเดทช่วงเวลาของประเทศญี่ปุ่นได้ตามเว๊บไซต์ต่างๆได้ หากได้ข้อมูลแล้ว ก็ต้องไปหาเมืองที่ท่องเที่ยว ถ้าไปหลายเมืองจะได้เรียงลำดับกันได้ เช็คกันให้ดีๆ ทริปนี้ต้องห้ามพลาด

หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยา

หมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นชุมชนชาวญี่ปุ่นในกรุงศรีอยุธยานั้นเริ่มมีขึ้นราวสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21 โดยเริ่มต้นมาจากชุมชนเล็กๆ ของพ่อค้าเรือสำเภาชาวญี่ปุ่น ซึ่งภายในหมู่บ้านนั้นสันนิษฐานว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ พ่อค้า โรนินหรือนักรบญี่ปุ่นที่เข้ามาเป็นทหารอาสาญี่ปุ่นในอยุธยา และชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ เดินทางออกจากญี่ปุ่นเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานที่ดินให้ตั้งหมู่บ้าน ที่ตั้งของหมู่บ้านญี่ปุ่นนี้ก็อยู่ในบริเวณที่ตั้งเดิมของชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนใต้ของเกาะเมือง โดยในสมัยนั้น ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นชุมชนชาวโปรตุเกส ส่วนที่ติดกับด้านเหนือของหมู่บ้านญี่ปุ่นจะมีคลองเล็กๆ คั่นเป็นชุมชนอังกฤษและชุมชนฮอลันดา

มาไล่เรียงลำดับเหตุการณืเท่าที่มีบันทึกกัน ว่าเรารู้อะไรกันบ้าง

ปี ค.ศ.1570 หรือ พ.ศ.2133 : เท่าที่พบหลักฐานแล้ว น่าจะเป็นปีที่มีการส่งเรือสำเภาริวกิว ไปยังสยามเป็นครั้งสุดท้าย

ปี ค.ศ.1616 หรือ พ.ศ.2159 : ออกญาพระคลังเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ของสยาม ได้ส่งไม้กฤษณาพร้อมด้วยจดหมาย ถึง ไดเมียวมาเอดะ โทชิทสึเนะ เนื่องจากอยากได้ดาบญี่ปุ่น เมื่อถึงปีนี้หมู่บ้านญี่ปุ่นในอยุธยากำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ชาวญี่ปุ่นที่ชื่อ คิอิ คิวเอมอน ได้เป้นหัวหน้าหมู่บ้านจนถึงปี พ.ศ.2163 (ค.ศ. 1620)

ปี ค.ศ.1612 หรือ พ.ศ.2155 : ชาวญี่ปุ่นจำนวน 280คน ที่อาศัยในอยุธยาวางแผนบุกเข้าไปฆ่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ถึงในพระราชวังอยุธยา จากนั้นก็หลบหนีไปยังเพชรบุรี และในปีนี้ ยามาดะ นางามาซะ มาอยุธยา

ปี ค.ศ.1620 หรือ พ.ศ.2163 : ยามาดะ นางามซะ ได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1621 หรือ พ.ศ.2164 : ฑูตสยามเดินทางไปเอโดะ (ปัจจุบันคือ โตเกียว) เพื่อนำพระราชสาส์นของ กษัตริย์สยามไปมอบให้โชกุนโตกุงาวะ ฮิเดทาดะ

ยามาดะ นางามาซะ มีจดหมายถึง โดอิ โทชิดะ และ ฮอนดะ มาซาสุมิ

ปี ค.ศ.1622 หรือ พ.ศ.2165 : หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น

ปี ค.ศ.1627 หรือ พ.ศ.2170 : บาทหลวงชาวโปรตุเกสจากมะละกา ทำพิธีศีลมหาสนิทให้แก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่น 400 คน ที่พำนักอยู่อาศัยในอยุธยา หมู่บ้านญี่ปุ่น ในช่วงที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดนั้น มีราวๆ 1,000 ถึง 1,500 คน ในจำนวนนี้สังกัด “กรมอาสาญี่ปุ่น” 800คน

ปี ค.ศ.1629 หรือ พ.ศ.2172 : ยามาดะ นางามาซะ ไปเป้นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชที่อยู่ตอนใต้ของสยาม

ปี ค.ศ.1630 หรือ พ.ศ.2173 : ยามาดะ นางามาซะ ถึงแก่กรรม หมู่บ้านญี่ปุ่นที่อยุธยาถูกเผาทำลาย

ปี ค.ศ.1659 หรือ พ.ศ.2202 : บาทหลวงนิกายเยซูอิต ที่ถูกส่งจากเอ้หมึงไปยังอยุธยานั้น ไปคอยให้กำลังใจแก่คริสเตียนชาวญี่ปุ่นที่อยุธยา

ปี ค.ศ.1662 หรือ พ.ศ.2205 : เดอ ลา โมเดอ ลองแบร์ ยาทหลวงฝรั่งเศส รายงานว่า ในอยุธยามีชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาคริสต์ อาศัยอยู่

ปัจจุบันสมาคมไทย – ญี่ปุ่น ได้สร้างอาคารจัดแสดงและจารึกประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา จัดบริเวณและปรับปรุงบริเวณที่เคยเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นเดิมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญระหว่างไทยและญี่ปุ่นต่อไป

ด้านในมีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ แบ่งออกเป็นอาคาร 9 ส่วน ประกอบด้วยบอร์ดนิทรรศการ การจัดแสดงสิ่งของและวีดีทัศน์ 3 ภาษา ได้แก่

  1. ห้องวีดีทัศน์ นำเสนอภาพรวมของพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และความคิดเห็นของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ทั้งไทยและญี่ปุ่น
  2. แผนที่เดินเรือมายังกรุงศรีอยุธยา แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา
  3. แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ แสดงความรุ่งเรืองของพระนครศรีอยุธยา จากอดีตสู่ปัจจุบัน
  4. ห้องจัดแสดงใต้ท้องเรือ จำลองการขนสินค้านำเข้าและส่งออกในสมัยอยุธยา
  5. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวต่างชาติในกรุงศรีอยุธยา
  6. ห้องจัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวญี่ปุ่นในพระนครศรีอยุธยา นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเข้ามาของคนญี่ปุ่น วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ อาชีพ ศาสนา รวมทั้งการลดจำนวนของชาวญี่ปุ่น ซึ่งสืบเนื่องจากการปิดประเทศญี่ปุ่น ในรูปแบบของแอนิเมชั่น
  7. ลำดับเหตุการณ์ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น แสดงด้วยตารางลำดับเหตุการณ์เปรียบเทียบเหตุการณ์โลก ความสัมพันธ์ไทย – ญี่ปุ่น ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 คราวตั้งอาณาจักรอยุธยาถึงปัจจุบัน

8 ห้อง e-book

  1. เรือโบราณจำลอง จัดแสดงแบบจำลองเรือโบราณที่มีหลักฐานว่าเข้ามาติดต่อกับพระนครศรีอยุธยา

 

หมู่บ้านญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน สามารถเดินทางจากวัดพนัญเชิงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะเห็นอาคารผนวกหมู่บ้านญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางด้านขวามือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายเป็นจำนวนมาก ญี่ปุ่นเป็นชนชาติหนึ่งที่เดินทางเข้ามาในสมัยนั้น ซึ่งที่แห่งนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย และรอบบริเวณยังจัดเป็นสวนแบบญี่ปุ่น เพื่อระลึกถึงชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นด้วย

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแห่งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนอาคารหลัก ตั้งอยู่ที่ถนนโรจนะ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นอาคาร 2 ชั้น มีห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์อยู่ชั้นบน และ อีกส่วนคือส่วนอาคารผนวก ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียนในบริเวณหมู่บ้านญี่ปุ่น

นอกจากนี้แล้วยังมีสวนและศาลาญี่ปุ่น อยู่เป็นบริเวณกว้างโดยรอบ ซึ่งสวนนี้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 80 พรรษา และเป็นที่ระลึกถึงวาระครบรอบ 120 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมูบ้านญี่ปุ่น ให้สวยงามร่มรื่น เป็นที่ผ่อนคลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม

ศูนย์แห่งนี้เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมสำหรับเด็ก นักเรียนและนักศึกษา ในเครื่องแบบ 5 บาท ประชาชนทั่วไป 20 บาท นักเรียนต่างชาติ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท