หมู่บ้านญี่ปุ่น …!!!

สำหรับการเดินทางมาที่หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณนี้นั้นก็ง่ายๆ  เพียงแค่เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี Yunokami Onsen จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายออกจากสถานีแล้วจะเจอจุดจอดรถบัสที่จะพาเราไปยังหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku

หมู่บ้านญี่ปุ่น
หมู่บ้านญี่ปุ่น

วิธีที่ 1 : จ่ายค่ารถไฟเป็นเที่ยวตามปกติ คือเที่ยวละ 1,030 เยน ซึ่งวิธีนี้เราไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินไปซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแล้วเลือกสถานีปลายทางก็เรียบร้อยแล้ว

วิธีที่ 2 : ซื้อบัตร Aizu Gurutto Card ในราคา 2,670 เยน (ราคาสำหรับผู้ใหญ่) โดยบัตรนี้จะสามารถนั่งรถไฟในเขตเมือง Aizu-Wakamatsu รวมถึงนั่งรถ Aizu Loop Bus ได้ฟรีไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 2 วันด้วยกัน ดังนั้นบัตรนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่มีแผนจะเที่ยวหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku และภายในเมือง Aizu-wakamatsu 2 วันเต็มๆ เพราะแค่ค่ารถไฟไปกลับสถานี Yunokami Onsen ก็ราคา 2,060 เยนแล้ว เมื่อบวกกับการได้นั่งรถไฟเที่ยวอื่นๆ กับนั่งรถ Aizu Loop Bus ฟรีๆ อีก ก็บอกเลยว่าคุ้มมาก โดยใครที่สนใจบัตรนี้ก็สามารถซื้อได้ที่ JR Ticket Office ของสถานี Koriyama, สถานี Aizu-wakamatsu, สถานี Inawashiro และสถานี Kitakata ได้เลย

วิธีที่ 3 : ซื้อ Ouchijuku Pass พาสที่สามารถนั่งรถไฟสาย Aizu Railway ได้ 2 วัน รวมไปถึงสามารถนั่งรถบัสไปกลับหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku ได้อีก 1 วัน โดยบัตรนี้เป็นอีก 1 บัตรที่คุ้มค่า เพราะแค่ค่านั่งรถบัสไปกลับจากสถานี Yunokami Onsen และหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku ก็ราคา 1,000 เยน/คนแล้ว สำหรับใครที่สนใจบัตรนี้ก็สามารถซื้อได้บนรถไฟหรือที่สถานี Yunokami Onsen ได้เลย โดยบัตรนี้จะเป็นบัตรพิเศษมีจำหน่ายเฉพาะช่วงงานเทศกาลหิมะของหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ Ouchi Juku เท่านั้น

วันนี้เราขอแนะนำ 6 หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และยังได้รับกลิ่นอายในบรรยากาศเก่าๆ ของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

  1. หมู่บ้านญี่ปุ่น คาวาโกเอะ Kawagoe หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่าลิตเติ้ลเอโตะ เมืองเล็กๆ ในจังหวัดไซตามะ ที่สามารถเดินทางง่ายๆ จากโตเกียวด้วยรถไฟ บ้านเรือนที่นี่มีการรักษารูปแบบให้คงไว้ซึ่งความเป็นญี่ปุ่นโบราณ นอกจากเมืองโบราณญี่ปุ่น คาวาโกเอะยังเป็นเมืองที่เที่ยวง่าย มีบัสวินเทจเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เที่ยวง่าย บรรยากาศดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องมันหวาน และของอร่อยอีกมากมาย
  2. หมู่บ้านญี่ปุ่น ทาคายาม่า Takayama ติดอันดับต้องนับว่าน่าเชื่อถือ ทาคายาม่ามีเชื่อเต็มๆ ว่า ฮิดะทาคายามะ (Hida Takayama) ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาในจังหวัดกิฟุ ภูมิภาคจุบุ เมืองที่ยังคงเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมโบราณ โดยมีอาคารไม้ที่คงมนต์ขลังเป็นจุดขาย ผังเมืองมีความคุมโทน ทำให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนเวลาไปเที่ยว ยิ่งกอบกับบรรยากาศท่ามกลางขุนเขาทำให้บรรยากาศช่างกลมกล่อม นอกจาก โซนเมืองโบราณ ก็ยังมีหมู่บ้านญี่ปุ่น Hida Folk Village กลางเขาที่มีบ้านโบราณงดงามให้เข้าชม
  3. หมู่บ้านญี่ปุ่น ชิราคาวาโกะ Shirakawago ซึ่งได้รับขนานนามเป็นมรดกโลก ด้วยการรักษาสภาพให้ใกล้เคียงแรกเริ่มที่สุด ภายในหมู่บ้านญี่ปุ่นนี้เปรียบดั่งพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่แสดงความเป็นอยู่แบบโบราณ มีบ้าน ร้านรวง กิจกรรมนานาให้เราได้สนุกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปชมความรุ่งเรืองของวัฒนธรรม นอกจากนี้ทั้งหมู่บ้านยังไดรับการขับบรรยากาศจากธรรมชาติให้งดงามทุกฤดู
  4. หมู่บ้านญี่ปุ่น คาวาโกเอะ Kawagoe หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่าลิตเติ้ลเอโตะ เมืองเล็กๆ ในจังหวัดไซตามะ ที่สามารถเดินทางง่ายๆ จากโตเกียวด้วยรถไฟ บ้านเรือนที่นี่มีการรักษารูปแบบให้คงไว้ซึ่งความเป็นญี่ปุ่นโบราณ นอกจากเมืองโบราณญี่ปุ่น คาวาโกเอะยังเป็นเมืองที่เที่ยวง่าย มีบัสวินเทจเส้นทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เที่ยวง่าย บรรยากาศดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องมันหวาน และของอร่อยอีกมากมาย
  5. หมู่บ้านญี่ปุ่น Minamioguni-cho จังหวัด Kumamoto ภูมิภาค Kyushu ถ้าเอ่ยถึงชื่อ หมู่บ้าน Minamioguni อาจจะไม่มีใครรู้จัก แต่ถ้าบอกว่า แหล่งออนเซ็น Kurokawa Onsen คิดว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นชื่อกันบ้าง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่เล็กๆที่มีแหล่งออนเซ็นตั้งอยู่ 2 ฝั่งของหุบเขาที่มีแม่น้ำ Chikugo River ไหลผ่าน ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของเกาะคิวชู
  6. หมู่บ้านญี่ปุ่น Yufuin เมืองเก่าที่ถูกผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างญี่ปุ่น และยุโรป อย่างเมืองยุฟุอิน แน่นอนว่ามาเดินเล่นชิลล์ๆ เมืองนี้ทั้งที ก็ต้องลงแช่ออนเซ็นสักหน่อย เพราะเนื่องจากมันโด่งดังมากๆ รวมไปถึงวิวภูเขายูฟุ ที่สูงสง่ากลางเมือง การเดินทาง  : เดินทางจากเมืองฟุกุโอกะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *