วิธีสมัครบัตรเครดิตให้ผ่านแบบไม่ยาก

หลายคนเกรงกลัวกับการมีบัตรเครดิต กลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะก่อหนี้จนไม่สามารถชำระไหว แต่จริง ๆ แล้วปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของวินัยทางการเงิน พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อที่ดีจะแนะนำว่านี้ไม่ใช่ข้อเสียของบัตรเครดิต และถ้าหากคุณต้องการที่จะสร้างประวัติทางการเงิน เพื่อนำร่องไปยังการกู้สินเชื่ออื่น ๆ เช่น การกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด   มีความจำเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิตช่วยสร้างประวัติทางการเงินบนเครดิตบูโรให้คุณ ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารพิจารณาการปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้นในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโด หรือสินเชื่ออื่น ๆ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อและธนาคารจะเช็คประวัติการชำระหนี้ผ่านสำนักงานเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) หากคุณไม่เคยมีการกู้ยืมในระบบ อย่างการใช้จ่ายบัตรเครดิต ธนาคารจะไม่สามารถจัดลำดับความน่าเชื่อถือด้านการชำระหนี้ของคุณได้ ในบางธนาคารๆ พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะมองว่าเป็นความเสียงในการปล่อยกู้ และอาจจะปล่อยกู้สินเชื่อบ้านและคอนโดได้ยาก พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจึงควรแนะนำวิธีการสมัครบัตรเครดิตและการขอสินเชื่อว่าควรจะทำอย่างไรให้ผ่านง่ายๆ

ตรวจสอบสถานะของตัวเองก่อนสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรสินเชื่อ

  1. ฐานเงินเดือนขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 15,000 บาทแม้ว่าข้อตกลงของธนาคารจะเริ่มที่ 15,000 บาท แต่พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่ารายได้จำนวนนี้ควรเป็นรายได้ที่ผ่านการหักค่าใช้จ่ายประจำเดือนอื่น ๆ แล้ว เช่น เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา งวดรถ หรือรายจ่ายอื่น ๆ
  2. ทำงานมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนข้อนี้หมายถึงการได้รับเงินเดือนมาแล้ว 6 เดือนมากกว่า เพราะเอกสารที่คุณต้องยื่นก็คือ สลิปเงินเดือน กับรายการเดินบัญชีธนาคารที่รับเงินเดือน (Statement)
  3. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าสถานที่ทำงานต้องมีความน่าเชื่อถือสำหรับความน่าเชื่อถือของสถานที่ทำงานในการสมัครบัตรเครดิตสามารถดูได้ดังนี้ มีการจ่ายเงินเดือนตามวันเวลาที่กำหนดทุกเดือน ไม่มีเลื่อนหรือล่าช้า ควรเป็นการจ่ายเงินเดือนเป็นระบบ Payroll ซึ่งเป็นการผูกบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร การจ่ายเงินเดือนแบบโอนเข้าบัญชีสามารถเป็นบัตรเครดิตผ่านได้เช่นกัน แต่ไม่ชัวร์เท่าแบบ Payroll บริษัทมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย บริษัทมีการจ่ายภาษี หักภาษีพนักงาน และจ่ายเบี้ยประกันสังคมให้กับพนักงาน (แสดงในสลิปเงินเดือน)

เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสม

  1. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าประเภทของบัตรเครดิตบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทบัตรเครดิตมี 3 ประเภท ได้แก่บัตรกดเงินสดบัตรประเภทนี้จะไม่สามารถใช้รูดซื้อของได้โดยตรง เจ้าของบัตรจะต้องไปกดเงินสดออกมาเพื่อใช้ซื้อของ และแน่นอนว่าบัตรประเภทนี้จะใช้ผ่อนของไม่ได้เช่นกัน บัตรประเภทนี้อาจจะมีการคิดค่ากดเงินครั้งละ 3% จากยอดที่กด และอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20 – 28 % ต่อปี ซึ่งถือว่าสูง บัตรเครดิตบัตรประเภทนี้จะไว้ใช้รูดซื้อสินค้า และใช้ในการผ่อนของได้ด้วย แต่จะกดเงินสดออกมาไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันจะไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่ออาจนำเสนอบัตรเครดิตที่สามารถกดเงินสดได้เป็นบัตรที่สามารถทั้งรูดซื้อของ ผ่อน และกดเงินสดได้ในใบเดียว โดยจะคิดดอกเบี้ยต่อปีแบบบัตรเครดิต และหากกดเงินสดจะมีการคิดค่ากดอยู่ที่ 3% ของจำนวนเงินที่กดออกมา ในบางสถาบันการเงินยอดของการกดเงินสดและเครดิตจะรวมกัน แต่ในบางสถาบันก็มีการแยกยอดออกมาอย่างชัดเจน และนอกจากนี้ยังมีการแบ่งยอดแปลก ๆ อีก ตรงนี้อาจจะต้องศึกษากติกาของแต่ละบัตรเพิ่มเติมกันไป

2 VISA หรือ MasterCardจริง ๆ แล้วในบ้านเรานิยมใช้ทั้ง VISA และ Mastercard แต่ในตอนที่คุณสมัครคุณจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบางธนาคารอาจจะมี JCB มาให้เลือกด้วย ซึ่งสำหรับคนที่เปิดบัตรเครดิตใบแรก และต้องการใช้งานที่หลากหลาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะให้เลือกเป็น VISA จะค่อนข้างครอบคลุมทุกร้านค้ามากกว่า รองลงมาจะเป็น MasterCard ส่วน JCB ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร หรือร้านค้าที่มีความเป็นญีปุ่นซึ่งค่อนข้างจะให้โปรโมชั่นที่ดีสำหรับบัตรใบนี้

Trick การสมัครบัตรเครดิตอย่างไรให้ผ่านฉลุย

1 พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้เตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง สำเนาสลิปเงินเดือน 6 เดือน  รายการเดินบัญชีธนาคาร(Statement)  6 เดือน ใบรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทพร้อมตราประทับ  สำเนาทะเบียนบ้าน

  1. การอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคาร บางทีก็ขึ้นอยู่กับดวงเช่นกัน บางครั้งเรามองว่าน่าจะสมัครผ่านแน่นอน แต่กลับถูกปฏิเสธเสียอย่างงั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าบัตรไหนออกง่ายกันบ้าง สำหรับคนที่ทำงานมานานแล้วแต่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน และไม่เคยมีประวัติอะไรมาก่อน แนะนำให้เปิดบัตรในเครือกดเงินสดกันก่อน เช่น FirstChoice และ Aeon น่าจะเปิดได้ง่ายที่สุด สำหรับคนที่พึ่งเริ่มทำงาน อายุไม่มาก เลือกสมัครบัตรเครดิตกับธนาคารที่คุณใช้รับเงินเดือน โดยเฉพาะหากการรับเงินเดือนของคุณเป็นระบบ Payroll นอกจากนี้ KTC ก็เป็นอีกบัตรหนึ่งที่เปิดได้ง่าย ขอเพียงแค่คุณมีรายได้ผ่านเกณฑ์ และยิ่งถ้าไม่มีบัตรเครดิตมาก่อน หรือไม่มีบัตรเครดิตมากจนเกินไป
  2. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้เลือกบัตรตามฐานเงินเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายหากคุณมีรายได้อยู่ที่ 30,000 บาท และบัตร gold มีไว้สำหรับคนที่มีฐานเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป เราแนะนำให้คุณลดลงมาสมัครบัตรปกติดีกว่า เพราะธนาคารจะมีการหักลบรายจ่ายต่อเดือนของคุณออก เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้ฐานรายได้ของคุณต่ำกว่า 30,000 บาท และอาจจะเปิดบัตรไม่สำเร็จ เราแนะนำให้คุณใช้บัตรธรรมดาไปก่อนหากธนาคารเห็นว่าคุณสามารถใช้บัตรระดับสูงกว่าได้ธนาคารจะยื่นข้อเสนอเปลี่ยนบัตรให้คุณเอง
  3. พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะแนะนำว่าให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน แต่บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้ การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณต้องมี Email หากคุณกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน จะมีผลกับการพิจารณาได้ บางธนาคารอาจจะมีการโทรมาสอบถามเพิ่มเติม บางธนาคารอาจจะส่งเอกสารมาให้คุณกรอกเพิ่มเติม และในบางสถาบันการเงินอาจจะปฏิเสธการเปิดบัตรเครดิตของคุณไปเลยแต่บางข้อมูลไม่ต้องกรอกข้อมูลจริงก็ได้โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย หากคุณเช่าคอนโดอยุ่เดือนละ 10,000 คุณอาจจะลงที่อยู่จริงไป แต่ให้เช็คที่ช่องอาศัยอยุ่กับญาติแทนเพราะข้อมูลตรงนี้ธนาคารตรวจสอบไม่ได้ การขอสินเชื่อของคุณจะง่ายขึ้นเพราะไม่เห็นรายจ่าย แต่ถ้าหากคุณเช่าอพาร์ทเม้นท์ซึ่งการกรอกที่อยู่มันจะขึ้นว่าอพาร์ทเม้น คุณอาจจะลดราคาค่าเช่าต่อเดือนลงครึ่งหนึ่ง และถ้าหากทางธนาคารโทรถามคุณอาจจะบอกไปว่าเช่าอยู่กับเพื่อนก็ได้เช่นกันถ้าหากคุณมีบัตรเครดิตมาก่อน แต่ยังไม่ได้เปิดใช้ หรือใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน ไม่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครก็ได้ เนื่องจากข้อมูลจะยังไม่ทันเข้าไปที่สำนักงานเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) แต่ถ้าใช้มานานแล้วก็ให้เขียนไปตามปกติแต่แนะนำให้ปิดเขียนเลขบัตร 4 ตัวหลังเป็น xxxx แทน

หน้าที่สำคัญของการเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ

ตอนนี้ในการที่เราเลือกทำสินเชื่อ หรือการที่เราไปทำการกู้หนี้ยืมสินกับสถาบันทางการเงินนั้น เราจะเห็นสินเชื่อกันอยู่สองแบบที่กำลังเป็นที่นิยมทำกัน คือ สินเชื่อบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต บางคนเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนทำมันทั้งสองแบบ บางครั้งเราจะได้ยินคำถามว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเป็นหนี้บัตรเครดิต ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทางธนาคารถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย อัตราดอกเบี้ยจึงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ถ้าวันหนึ่งเรามีความต้องการที่จะขอสินเชื่อทั้งสองแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การหันไปหาบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลมันก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เรามองหา แต่ละแบบนั้นต่างก็มีจุดดีต่างกันไปตามภาวะการเงินของเรานั่นเอง ถ้าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นสินเชื่อที่กำหนดระยะเวลากู้แน่นอน อัตราดอกเบี้ยคงตัวและการชำระเงินรายเดือนเท่าๆกัน การกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ก็ได้ หรือเป็นสิ่งของที่เราจำเป็นต้องใช้โดยตรงก็ได้ เช่น การซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้า อัตราดอกเบี้ยสูง แต่ถ้าเป็นพวกสินเชื่อบัตรเครดิตเขาจะให้วงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรไม่ใช่เงินสดที่เข้าบัญชี แต่บางทีใช้กดออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ค่าธรรมเนียมการกดสูงมาก เป็นบัตรที่แสดงว่าผู้ได้รับบัตรนี้เป็นผู้ที่ธนาคารให้ความเชื่อถือด้านฐานะทางการเงิน ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจเป็นเหตุผลทางการตลาดเสียมากกว่า โดยจะกำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดที่เราสามารถใช้ได้ ส่วนจะได้วงเงินมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา รวมทั้งการจ่ายเงินคืนในแต่ละเดือนจ่ายเต็มหรือจ่ายเพียงขั้นต่ำ เหมือนกับธนาคารเอาเงินออกมาให้เราใช้ จากนั้นก็หาเงินมาใส่คืน เหมือนเงินหมุนเวียนเข้าออก แต่ถ้าชำระคืนน้อยหรือไม่ครบ ก็ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นในภายหลัง

ส่วนฝ่ายขายนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากของบริษัทรวมถึง พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ เนื่องจากเป็นแผนกหาเงินเข้าบริษัท คนที่สนใจด้านงานขายจึงไม่ต้องกลัวตกงานเลย เพราะเป็นตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ อย่างไรก็ดี การจะเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีพื้นฐาน 10 ประการคือ มีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า การมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพที่คุณทำ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของทุกอาชีพ ซึ่งงานขายนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความอดทนและใจรักสูง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย ประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อ คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้นการมีความสามารถในการขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขาย การขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ที่จะต้องทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย การเป็นพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลารู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขาย หากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด หากไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คุณคงไม่สามารถหากลยุทธ์ต่าง ๆ มาขายสินค้าได้แน่ ๆ และยังมีบุคลิกภาพที่คนอยากเข้าหา นั่นคือ บุคลิกของคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ เพราะอาชีพคุณเป็นอาชีพที่ต้องเจอคนเป็นหลัก มีสุขภาพกายและจิตดี เหมาะสำหรับรูปแบบการทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันกับการต้องพบปะลูกค้าหรือว่าการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีอุปนิสัยที่คนชอบ นั่นคือนิสัยที่คนอยากอยู่ใกล้ เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ใครๆ เห็นก็ย่อมยินดีเปิดประตูหรืออ้าแขนรับ

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำการเลือกว่า  เวลาใดเราจะเลือกใช้สินเชื่อบุคคล  เวลาใดเราจะใช้บัตรเครดิต เราต้องพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ว่าเรานั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นนี้เพียงครั้งเดียวหรือนานๆครั้ง แบบนี้เราควรสินเชื่อบุคคลจะได้เปรียบกว่าการเป็นหนี้บัตรบัตรเครดิต ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม คือเราจะกำหนดจำนวนเงินการชำระเงินรายเดือนและระยะเวลาชำระคืนเงินได้ จะทำให้เราเห็นอนาคตข้างหน้าได้ว่าเราจะหมดหนี้ตอนไหน แต่ถ้าเป็นการชำระขั้นต่ำกับบัตรเครดิตนั้นอาจจะทำให้เราติดอยู่กับหนี้ที่วนเวียนกลับไปกลับมา หากำหนดเวลาที่จะหมดหนี้สินนี้ได้ยาก เพราะบัตรเครดิตชำระแล้วก็ดึงออกมาใช้ได้อีก กลับกลายเป็นหนี้ซ้ำเดิม แต่สินเชื่อบุคคลจะบังคับให้เราชำระหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เราต้องอดทน แต่มันก็จะทำให้เราหมดหนี้ได้ตามเวลาเป็นการบังคับตีกรอบให้เราในตัว ส่วนการเลือกสินเชื่อบัตรเครดิตพนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรแนะนำว่า ลูกค้าควรคำนวณแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไม่มาก หรือสามารถจ่ายได้ครบถ้วนในเวลาอันสั้นอยู่แล้วซึ่งมันคือการวางแผนเอาไว้แล้วว่ารายได้ที่คงเหลือจากค่าใช้จ่ายๆนั้นเหลือพอที่จะจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มยอดตามที่ใช้ ถ้าเราสามารถวางแผนได้เช่นนั้นบัตรเครดิตก็จะถือว่าให้ประโยชน์แก่เราอย่างมาก หลายธนาคารมีโปรแกรมแบ่งจ่ายรายเดือนโปรโมชั่นผ่อนดอกเบี้ยต่ำ แต่กรณีการผ่อน 0% ข้อนี้เราต้องศึกษารายละเอียดให้รอบครอบ ว่ามันเป็นการผ่อน 0 % ยังไงมีเงื่อนไขอะไรหรือเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้มักมีเกมทางการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องจนเราเองลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน การวางแผนใช้บัตรให้เป็นนั้นมีข้อดีคือนอกจากจะไม่เสียดอกเบี้ยแล้วเรายังจะได้แต้มสะสมสำหรับแลกของรางวัลอีกด้วย อย่างเช่นบรรดาแม่บ้านทีเคยใช้จ่ายตามตลาดสดซึ่งค่าใช้จ่ายพวกนี้ มีบัตรหรือไม่มีก็ต้องจ่ายโดยใช้เงินสดเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนดูโดยการไปใช้จ่ายของเหล่านั้นในซูปเปอร์ มาร์เก็ต ดูบ้าง ข้อสำคัญคือ เราต้องไม่จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเกินวงเงินที่เราเคยจ่ายเงินสด เพราะมันจะเกิดปัญหา ยอดเงินสดไม่พอจ่ายบัตรเต็มจำนวน ทำให้ต้องหันไปจ่ายแบบขั้นต่ำซึ่งมันก็จะเกิดผลทำให้กลายเป็นว่าต้องเสียดอกเบี้ย ไอ้พวกแต้มสะสม หรือคะแนนสะสมที่ได้มามันก็จะไม่คุ้มกับค่าดอกเบี้ยนั่นเอง

พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. รู้จักบริษัทบริษัทที่เราทำงาน ประวัติความเป็นมา มีสินค้าและบริการรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงาน บางครั้งข้อมูลของบริษัทก็สามารถโน้มน้าวลูกค้าให้เกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้าได้ด้วย 2.รู้จักสินค้า สินค้าที่ขายอยู่มีส่วนประกอบอะไร มีคุณสมบัติอะไร ประเภท ชนิด แ รวมถึงจุดเด่นจุดด้อย 3.รู้จักการมีหัวใจบริการ สร้างความแตกต่างให้กับสินค้า และสร้างความพอใจให้กับลูกค้า 4.รู้จักความต้องการของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้านำบัตรเครดิตและสินเชื่อไปใช้งานอะไร เราก็จะสามารถนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของลูกค้า เมื่อวิเคราะห์ได้จริงๆ ก็ต้องรู้ด้วยว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ 5.รู้จักคู่แข่ง พนักงานขายที่ดีต้องศึกษาข้อมูลของคู่แข่งอยู่เสมอ คู่แข่งมีใครบ้าง คุณสมบัติของคู่แข่ง ข้อด้อยของคู่แข่งและข้อได้เปรียบของเรา การบริการของคู่แข่ง 6.รู้จักการส่งเสริมการขาย พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า สิ่งสำคัญคือต้องแนะนำประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจได้มากขึ้น 7.รู้จักตนเอง หมายถึง การรู้จักหน้าที่ของตนเอง หมั่นปรับปรุงตนเอง ด้วยการดูแลตนเองให้มีความพร้อม และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกค้า 8.รู้จักเป้าหมาย การวางเป้าหมายในการทำงาน ทำให้เรากำหนดแผนการการทำงานได้ ควรตั้งคำถามกับตนเองดูว่า ปัจจุบันเราต้องการอะไร เป้าหมายของบริษัทคืออะไร และเราจะทำอย่างไรถึงจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้หากทำได้เราก็จะสามารถเป็น พนักงานขาย บัตรเครดิตและสินเชื่อ ที่ดีได้

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น การันตีราคาถูกที่สุด พร้อมแนะนำเส้นทาง

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ส่วนระยะเวลาในการเช่ารถที่แนะนำคือ 12 ชั่วโมง เพราะเป็นระยะเวลาที่เพียงพอต่อการขับรถไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิและกลับมายังโตเกียว หากคุณทำตามตารางเที่ยวที่เรากำลังจะแนะนำด้านล่าง เพียงแค่เรามีใบขับขี่สากล มีการเตรียมตัวให้พร้อม อีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะแนะนำให้คุณทำก็คือ เช็คเส้นทางที่เร็วและถูกต้องที่สุด คุณควรจะเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดและผ่านทางด่วนน้อยที่สุด โทลเวย์และทางด่วนที่ญี่ปุ่นนั้นเร็วกว่าเส้นทางธรรมดาไม่มากนัก ดังนั้น คุณสามารถที่จะเลี่ยงทางด่วนได้จากการตั้งระบบการนำทางภายในรถ และไม่ประมาทเท่านั้นก็ไปสนุกกับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ญี่ปุ่นได้แล้วเพราะก่อนจะไปก็ต้องรู้ก่อนว่า ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ขณะที่ขับรถผ่านทะเลสาบ ที่ตรงทางเข้าทะเลสาบคาวากูจินั้น มีลานจอดรถให้จอดรถชมวิวฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คุณกำลังจะไปส่วนไหนของประเทศญี่ปุ่น (จริงไหม) จริงๆ มันคือสิ่งแรกเลย คือทำเลที่จะไปน่ะ เหมาะกับการเดินทางแบบขับรถไหม คุณสามารถไปชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากเขาเล็ก ๆ ใกล้กับทะเลสาบ และคุณสามารถขึ้นไปบนจุดสูงสุดของภูเขาโดยใช้กระเช้าไฟฟ้าได้ภายในห้านาที วิวจากบนยอดเขานั้นสวยมาก และคุณสามารถถ่ายรูปวิวพาโนราม่าจากจุดนี้ได้อีกด้วย เช่น ถ้าคุณบอกว่าจะไปเที่ยวและอยู่แค่ในเมืองเดียวไม่ออกไปไหนเลยอย่าง โตเกียว, โอซาก้า, ฟูกุชิม่า, ซับโปโรฯเมืองใหญ่ๆ เหล่านี้ หลังจากที่คุณ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ปีนถึงยอดเขา เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ เดินลงจากยอดเขาโดยที่ไม่ใช้กระเช้าไฟฟ้า เนื่องจากว่าทางเดินนั้นไม่ได้มีความลาดชันเท่าไหร่

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น พอคุณเดินลงถึงตีนเขา คุณก็จะพบกับร้านขายของที่ระลึกมากมายที่ขายสินค้าเกี่ยวกับภูเขา อันนี้ไม่แนะนำให้คุณใช้รถ เพราะเมืองใหญ่ๆ ดังกล่าวนั้นการเดินทางด้วย รถไฟทุกประเภทสะดวกที่สุด อยู่ห่างจากทะเลสาบคาวากูจิห้ากิโลเมตร สวนสนุกแห่งนี้มีรถไฟเหาะที่ยิ่งใหญ่และเร็วติดอันดับโลก การได้เห็นภูเขาไฟฟูจิจากบนรถไฟเหาะนั้น เป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่ไหน หากคุณเป็นแฟนรถไฟเหาะตัวยง เราขอแนะนำให้คุณแวะเที่ยวที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก แค่เราซื้อพาสที่เราจะใช้ในเมืองนั้นก็คุ้มแล้ว อีกอย่างในเมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียว,โอซาก้า สี่แยกจะเยอะมาก ขับๆ หยุดๆ แทบทุก 500 เมตร เสียเวลา ที่สุดในบรรดาห้าทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ทะเลสาบยามานากะนั้นอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิมากกว่าทะเลสาบคาวากูจิ และสามารถมองเห็นวิวได้ในระยะที่ใกล้กว่าด้วย พาลจะหงุดหงิดเปล่าๆ หากเราขับรถเที่ยวภาคากลางของญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เราจะสามารถขับผ่านชมวิวภูเขาไฟฟูจิ แวะเที่ยวปราสาทมัตสึโมโตะ เที่ยวจังหวัดนาโกย่า แวะเที่ยวเมืองเล็กที่ยังคงกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นโบราณ Hida-Takayama ต่อด้วยการไปเยือนหมู่บ้านมรดโลกชิราคาวะโก ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลม Tojimbo หรือแวะสวน Kenrokuen ทะเลสาบยามานากะมีกิจกรรมทางน้ำให้คุณได้ไปลองมากมาย การล่องเรือที่ทะเลสาบยามานากะจะได้อารมณ์มากกว่าการล่องเรือที่ทะเลสาบคาวากูจิ เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น หนึ่งในสวนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่นก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นไม่หนุกแน่เวลาขับรถไปจากจุดนึงถึงจุดนึงแล้วเสียแบบนี้ หลังจากที่คุณเที่ยวเสร็จแล้ว เราขอแนะนำให้คุณค่อย ๆ ขับรถกลับโตเกียวผ่านเส้นทางปกติโดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าทางด่วน และดื่มด่ำไปกับวิวยามค่ำคืนที่สวยงาม เรามั่นใจว่าคุณจะมีความสุขไปกับการเที่ยวชมภูเขาไฟฟูจิในครั้งนี้ และประหยัดเงินค่าเดินทางไปพร้อม ๆ กัน หรือหากช้อปปิ้งเยอะและเหนื่อยจะแบกแล้ว ให้หาตู้หยอดเหรียญตามสถานีรถไฟแล้วฝากของไว้ หลังช้อปเสร็จกลับมาเอาแล้วขึ้นแท๊กซี่กลับที่พัก ถ้าของเยอะยังจะดีกว่า ทุกที่เที่ยวที่กล่าวมา ท่านสามารถขับรถเช่าไปเที่ยวเองได้ เดินทางแสนง่าย ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น มีระบบคมนาคมที่ไฮเทคและเชื่อมโยงทั่วถึง แต่บางครั้งถ้าเราอยากเที่ยวนอกตัวเมือง อย่างเกาะฮอกไกโด หรือ โอกินาว่า ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งบ้านเขากับบ้านเรา การขับรถก็คล้ายๆ กัน คือพวงมาลัยอยู่ด้านขวา และขับเลนซ้ายเป็นหลัก อีกทั้งหลายสายการบินก็ออกโปรโมชั่นมากระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนคนชอบเที่ยวกันอยู่บ่อยๆ ยิ่งถ้าไปกันหลายคน คุ้มมากๆ โดยขึ้นทางด่วน และใช้บริการบัตรทางด่วนแบบเหมาจ่าย ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น อย่างแรกที่ควรมีก็คือ ใบขับขี่สากล หรือใบขับขี่ระหว่างประเทศ เพียงยื่นเอกสารตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดมาก็สามารถรับใบขับขี่สากลเพื่อเตรียมตัว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ได้เลย โดยจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 505 บาทเท่านั้น เนื่องจากเป็นราคาเหมาจ่ายอยู่แล้ว ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น จึงอุ่นใจ ไม่ต้องกังวัลเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะเกินงบ แถมได้ดีไซน์การท่องเที่ยวเอง ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคนเดินเท้ามาเป็นอันดับแรก ถ้าเห็นคนจะข้ามถนนที่ทางม้าลาย ต้องหยุดรถให้คนข้ามก่อนไม่ว่าจะมีไฟแดงหรือไม่

ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น ถ้าคนเดินเท้าได้รับอันตราย ผู้ขับขี่จะมีความผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่เหมือนใคร เมืองประวัติศาสตร์และวัฒนะธรรมของญี่ปุ่น เราเลือกไปนิกโกะโดยการขับรถไป เพราะเมืองนี้อยู่ย่านชนบทของเค้า สัญลักษณ์ส่วนมากจะเป็นสากล เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันทั่วโลก เช่น ถนนลื่น ห้ามจอด เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เป็นต้น แต่ก็มีบางสัญลักษณ์ที่มีภาษาญี่ปุ่นประกอบ อย่างป้ายหยุด ซึ่งบางครั้งอาจพบเห็นตัวอักษรเหล่านี้บนพื้นถนน แต่ไม่ปรากฏบนป้าย จึงควรจดจำไว้จะได้ไม่สับสน ใช้เวลาขับรถไม่นาน จริงๆ การมาเมืองนี้โดยรถไฟ หรือ รถบัสไม่ได้ยากเหมือนกัน แถมอาจจะใช้เวลาน้อยกว่า ขับรถมาเรื่อยๆ เจอสัญญาณไฟสีเหลืองขึ้นมาเมื่อไหร่ ต้องหยุดทันที ส่วนไฟแดงหมายถึงหยุดมาสักพักแล้วและยังคงหยุดอยู่ แต่ที่เลือกใช้รถเหตุผลคือช่วงเวลานั้นเอง เราไปทริปนี้เพื่อเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ยังมีลูกศรสีเขียวชวนงงบนสัญญาณไฟจราจร ซึ่งหลายๆ แยกในญี่ปุ่นมักเปิดไฟเขียวเลี้ยวขวาพร้อมกับฝั่งตรงข้ามที่เปิดไฟเขียวตรงมา ที่นี้ก็ต้องรอรถทางตรงไปหมดก่อน ถึงจะเลี้ยวขวาได้ ซึ่งตรงกับปลายๆปีตั้งแต่เดือน ตุลาคมเป็นต้นไป ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น แต่ละจุดของนิกโกะจะอยู่บนเขาแทบทั้งหมด ทำให้การนั่งรถบัสบางทีเราอาจจะพลาดบางจุดในระหว่างเส้นทาง การขับรถจึงเป็นทางเลือกที่เราใช้เพื่อให้จอดแวะจุดใดก็ได้ นรถยนต์ก็จำเป็นต่อการท่องเที่ยวเหมือนกัน ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลเรื่องภาษาที่ใช้ในการพิมพ์เลย เพราะเพียงใส่เบอร์โทรศัพท์ของจุดหมายปลายทาง ก็สามารถระบุตำแหน่งได้แล้ว เยี่ยมสุดๆ และตามชนบทของญี่ปุ่นที่จอดรถตามแหล่งท่องเที่ยวระหว่างทางในธรรมชาติจะฟรีด้วยนั้นเอง มีสองแบบ คือ แบบตัดเงินตามระยะทาง และแบบเหมาจ่าย ไม่จำกัดเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เราผ่านด่านทางด่วนได้อย่างรวดเร็ว ลักษณะการใช้งานคล้ายกับการใช้ Easy Pass ในบ้านเรา โดยต้องติดเครื่องรับบัตรไว้ในรถเช่าก่อ หรือบางครั้งก็สามารถจอดตามปั้มหรือ ตามร้านอาหารได้เพราะส่วนใหญ่เค้าให้บริการฟรีหมด เพียงเช่ารถจากบริษัทรถเช่าที่เข้าร่วมกับโครงการ ขับรถเที่ยวญี่ปุ่น คุณก็สามารถขอใช้บริการบัตรทางด่วนได้ โดยเป็นบัตรเสียบไว้ที่กล่องในตัวรถเช่า เวลาเราขับรถผ่านด่านเก็บเงิน เราสามารถขับชะลอแล้วผ่านเข้าช่องที่เขียนว่าได้เลยโดยไม่ต้องแวะจอดที่ด่านเพื่อจ่ายเงิน ตัดปัญหาปวดหัวกับการนับเงินสดและเงินทอน แถมถ้าแวะเที่ยวหลายที่ การซื้อบัตรเหมาจ่ายค่าทางด่วนจะถูกกว่าการจ่ายแยกเป็นครั้งๆ แต่การเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้น ก็ไม่ได้สะดวกสบายและยังมีราคาแพงอีกด้วย เนื่องจากภูเขาไฟฟูจิอยู่ห่างจากตัวเมืองมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้คุณลองเช่ารถจากในเมืองและขับไปภูเขาไฟฟูจิ โดยเฉพาะหากคุณเดินทางมากันหลายคน เพราะจะช่วยประหยัดเงินและยังสะดวกมากกว่า ซึ่งด้านล่างนี้ คือ คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลในการขับรถเที่ยวภูเขาไฟฟูจิ ที่เรานำมาฝากคุณโดยเฉพาะ