ความงามของซากุระแห่งญี่ปุ่น,,,!!!

ซากุระว่ากันว่ามีรากคำมาจากคำว่า Saku ที่แปลว่า ดอกไม้บาน โดยดอกซากุระมีภาษาดอกไม้ที่ว่า “สวยและเก่ง” “งามอย่างธรรมชาติ” “สวนหวาน” เป็นต้น สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ดอกซากุระเป็นดอกไม้สำคัญของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเดือน มีนาคม-เมษายน และเป็นช่วงของความเปลี่ยนแปลงเช่น การเริ่มต้นเทอมใหม่ของโรงเรียนด้วย ดอกซากุระนั้นเป็นญาติสนิทกับบ๊วย ท้อ และ apricot และเป็นญาติห่างๆ กับกุหลาบและแอปเปิ้ลจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นซากุระบางพันธุ์มีกลีบซ้อนๆ กันเหมือนกุหลาบ ความแตกต่างระหว่างดอกซากุระ ดอกบ๊วย และดอกท้อ ดอกไม้ทั้งสามชนิด ดูเผินๆ คล้ายกันจะแทบจะแยกไม่ออกเลยใช่ไหม จริงๆ แล้วมีวิธีดูง่ายๆ อยู่คือ ดอกซากุระจะมีกลีบดอกเป็นแฉกๆที่เป็นจุดเด่น ส่วนดอกบ๊วย ที่กลีบดอกจะกลม และดอกท้อ ที่จะมีปลายกลีบแหลม

ถ้าพูดถึงการเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวอยากไปมากที่สุดก็คือ ช่วงที่ดอก ซากุระ เบ่งบานออกดอกสีชมพูสวยทั่วสวนนั่นเอง ซึ่งปกติแล้วซากุระที่ญี่ปุ่นจะเริ่มบานไล่จากทางตอนใต้ขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศ ส่วนช่วงเวลาก็จะเริ่มบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน หรือแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี

วันนี้เราจะมาแนะนำจุดชมซากุระยอดนิยม 7 แห่งในญี่ปุ่นกัน จะมีที่ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

  1. สวนสาธารณะปราสาทมัตสึมะเอะ (Matsumae Castle Park) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ที่เมืองมัตสึมะเอะ (Matsumae ) ซึ่งเป็น “ดินแดนแห่งซากุระ” ที่ปลูกต้นซากุระกว่า 10,000 ต้น ซึ่งมีมากกว่า 250 สายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่บานเร็วและบานช้า จึงมีระยะเวลาในการชมซากุระนานกว่าที่อื่น สามารถชื่นชมความงามของดอกซากุระเริ่มต้นประมาณปลายเดือนเมษายนและยาวนานจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม
  2. สวนสาธารณะปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castel Park) จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima) ปราสาทไอซุวะคะมัตสุ (Aizu-Wakamatsu Castle) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle) ที่แปลว่า “ปราสาทนกกระเรียน” จุดเด่นของปราสาทนี้คือหลังคาที่เป็นสีแดงซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่น และภายในสวนสาธารณะของปราสาทแห่งนี้ มีซากุระอยู่มากมายราว 1,000 ต้น ซึ่งรวมถึงพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (Someiyoshino) และชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) ด้วย
  3. สวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุเงียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) ตั้งอยู่ระหว่างย่านชินจูกุกับย่านชิบุย่าในกรุงโตเกียว แม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ แต่สวนสาธารณะแห่งนี้ก็มีพื้นที่กว้างขวาง จนได้รับการขนานนามให้เป็น “โอเอซิสในเมืองใหญ่” ที่นี่มีซากุระปลูกอยู่ถึง 1,100 ต้นจาก 65 สายพันธุ์ ซากุระที่หลากหลายสายพันธุ์นี้ค่อยๆบานสะพรั่งทั่วทั้งสวนราวๆ 1 เดือน
  4. ทะเลสาบคาวากุจิ (Lake Kawaguchi) จังหวัดยะมะนะชิ (Yamanashi) แห่งนี้ เป็นสถานที่ๆ ผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเพื่อเก็บภาพความงามของ “ภูเขาฟูจิ ทะเลสาบ และซากุระ” ซึ่งเป็นภาพทิวทัศน์อันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ในช่วงที่ซากุระผลิบานเต็มที่จะมีการจัด “เทศกาลชมดอกซากุระฟูจิคาวากุจิโกะ” (Fujikawaguchiko Sakura Festival)
  5. วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple) แห่งนี้เป็นวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และเป็นสถานที่ๆ ดอกซากุระบานช้าที่สุดในเกียวโต ที่นี่มีซากุระพันธุ์โอะมุโระซากุระ (Omurozakura) ซึ่งจะบานเต็มที่ในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน ซากุระพันธุ์โอะมุโระซากุระ (Omurozakura) เป็นพันธุ์ที่ลำต้นไม่สูงมากนัก จึงสามารถชื่นชมความงามของดอกซากุระนี้ได้ในความสูงระดับสายตา
  6. ปราสาทสึยามะ (Tsuyama Castle) จังหวัดโอคะยะมะ (Okayama) เป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก งดงามด้วยซากุระพันธุ์โซเมอิโยชิโนะ (Someiyoshino) กว่า 1,000 ต้น และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “สถานที่ชมซากุระชื่อดัง 100 แห่งในญี่ปุ่น” ทิวทัศน์ที่มองเห็นจากส่วนยอดของปราสาทนั้นงดงามราวกับกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางทะเลดอกซากุระเลยทีเดียว
  7. สวนสาธารณะโอมุระ (Omura Park) จังหวัดนางาซากิ (Nagasaki) ตั้งอยู่ที่ภูมิภาคคิวชู (Kyushu)ซึ่งมีภูมิอากาศอบอุ่น ฤดูชมดอกซากุระของที่นี่จึงสิ้นสุดลงเร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ สวนสาธารณะโอมุระ (Omura Park) เป็นสวนที่ปลูกซากุระไว้มากราว 2,000 ต้น 21 สายพันธุ์ ที่จะพลาดชมไม่ได้เลยก็คือ “โอมุระซากุระ” (Omurazakura) ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่มีกลีบซ้อนดอกใหญ่มี 60-100 กลีบต่อดอก ต่างจากสายพันธ์มาตรฐานที่มีเพียง 5 กลีบต่อดอก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *